วันนี้ (17 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความวุ่นวายเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน” เคลื่อนขบวนมาปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำกลุ่มอ่านแถลงการณ์ ประกาศชัดว่า เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเช่นนี้ กลุ่มคัดค้านจะปักหลักค้างคืนที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างไม่มีกำหนด พร้อมประณามการกระทำของนายกรัฐมนตรี
หลังปักหลักประมาณ2-3ชั่วโมง ตำรวจได้กระชับพื้นที่ เพื่อขอคืนผิวจราจร หลังจากนั้นจึงเกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายประสิทธิชัย หนึ่งในแกนนำถูกดึงออกจากพื้นที่ จนทำให้ผู้ชุมนุมกังวลว่าอาจจะถูกตำรวจควบคุมตัวจากพื้นที่ชุมนุม ทำให้สถานการณ์บานปลายและวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
กลุ่มค้านคัดโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ รวมตัวกันเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อทราบว่า วันนี้ กพช. จะพิจารณาเรื่องนี้ โดยกิจกรรมแรกของพวกเขาคือการเดินรอบทำเนียบรัฐบาล แสดงออกเป็นสัญลักษณ์ จับตาดูมติการพิจารณาเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยตอนแรกกลุ่มชุมนุมได้อยู่หน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่เมื่อ กพช.ตัดสินใจเดินหน้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงยกระดับมาปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางกำลังตำรวจที่พยายามเข้าเจรจาว่า การกระทำดังกล่าวขัดต่อพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ
หลังประชุมกพช. เสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศชัดเจนว่า รัฐบาลจะต้องเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เนื่องจากมีตัวเลขแสดงชัดเจนว่า ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมประชุมแนวทางปรองดอง ที่กระทรวงกลาโหม แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ในเชิงตำหนิรัฐบาลว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และไม่สอดคล้องกับทิศทางพัฒนาพลังงานในอนาคต
ส่วนความเคลื่อนไหวในพื้นที่ แม้จะไม่มีการชุมนุม แต่ชาวบ้านบางส่วนก็แสดงจุดยืนไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ด้วยการติดป้ายในที่ชุมชน โดยเฉพาะชุมชนบ้านทุ่งสาคร ตำบลปกาสัย อำเภอคลองเหนือ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์กระบี่เดิม และได้รับผลกระทบต่อสุขภาพและผลผลิตทางการเกษตรมานานหลายสิบปี เนื่องจากช่วงฤดูมรสุม ซึ่งกินระยะเวลาปีละ 6 เดือน ฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ จะลอยปกคลุมทั่วพื้นที่