เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงวิสัยทัศน์การวางตัวบุคลากรบริหารราชการแผ่นดินของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ หลังตัวเต็งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายแอนดรูว์ พุซเดอร์ ตัดสินใจถอนตัวจากการถูกเสนอชื่อ ท่ามกลางกระแสกดดันจากสังคมอเมริกันถึงความไม่เหมาะสมของเขาที่มีเรื่องอื้อฉาวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างลูกจ้างต่างด้าวที่ไม่ได้ลงทะเบียน การเลี่ยงภาษี การดูถูกดูแคลนเพศหญิง และการใช้ความรุนแรงกับภรรยาจนเป็นเหตุแห่งการหย่าร้าง
แต่พุซเดอร์ไม่ใช่คนแรกที่ถูกสถานการณ์กดดันจนต้องยอมถอนตัว ภายในสัปดาห์เดียวกันนี้ ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ชิงประกาศลาออกเมื่อวันจันทร์ หลังถูกแฉว่าเอาความลับเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศไปพูดกับทูตรัสเซียประจำสหรัฐอเมริกาก่อนจะเข้ารับตำแหน่ง แถมยังไม่ซื่อสัตย์ ปกปิดความจริงต่อ ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี จนทำให้ฝ่ายหลังหลงออกตัวแทนเขาในการให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรทัศน์ จนต่อเมื่อมีหลักฐานยืนยัน ฟลินน์ถึงจะจนมุมและยอมลาออก
ขณะที่รัฐมนตรีหลายกระทรวงก็เป็นที่กังขาถึงความเหมาะสมกับตำแหน่ง อย่างเช่นรัฐมนตรีหญิงเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ เบตซี่ เดวอส ที่ไปแสดงออกต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ ระหว่างกระบวนการลงมติรับรองการดำรงตำแหน่ง ว่าเธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ หรือจะเป็นศัลยแพทย์ทางประสาท เบน คาร์สัน ที่ถูกเสนอชื่อข้ามสายงานมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมือง โดยที่ไม่มีประสบการณ์บริหารกระทรวงขนาดใหญ่ที่คุมงบประมาณรายจ่ายถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเกือบสองล้านล้านบาทมาก่อน
บางรายหนักข้อไปกว่านั้น คือถึงขนาดเคยฟ้องร้องหน่วยงานที่ตัวเองถูกมอบหมายให้ไปบริหาร โดย สก็อตต์ พรูอิทท์ อัยการสูงสุดจากโอกลาโฮม่า คือคนที่เคยฟ้องร้องหน่วยงานปกป้องสิ่งแวดล้อม หรือ EPA ถึง 14 คดี เช่น ฟ้องร้องให้ยกเลิกกฎหมายควบคุมการปล่อยสารปรอทจากโรงไฟฟ้า และกฎหมายควบคุมปริมาณก๊าซเรือนกระจก ก่อนที่เขาจะได้รับความไว้วางใจจากทรัมป์ให้มาบริหารหน่วยงานดังกล่าว นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้สมาชิกวุฒิสภาหลายรายประกาศจะไม่สนับสนุนเขาในการลงมติรับรองภายในสัปดาห์นี้ ด้วยความกังวลว่า หากได้รับตำแหน่ง พรูอิทท์อาจจะจำกัดบทบาทของ EPA มากกว่าจะใช้ตำแหน่งนี้ทำงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม แม้บุคลากรที่ทรัมป์แต่งตั้งจะเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่แพ้ตัวทรัมป์เอง จนอาจเรียกได้ว่านี่เป็นหนึ่งในคณะบริหารราชการที่มีข้อครหามากที่สุดชุดหนึ่ง แต่สำหรับระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็อาจเร็วเกินไปที่จะชี้วัดฝีมือในการบริหารประเทศของรัฐบาลทรัมป์