“บ้านบางเขน” สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่นี้ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความโมเดิร์นและวินเทจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แหล่งเรียนรู้เรื่องราวในอดีต” ในพื้นที่ 5 ไร่ ของที่นี่อัดแน่นไปด้วยโซนต่างๆมากมาย บ้านบางเขนถูกออกแบบด้วยไม้เก่าๆแทบทั้งหมด ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น มีร้านค้า ร้านอาหารเครื่องดื่ม และอาหารเด็ดๆจากแต่ละภาค ที่สำคัญได้มีการนำของโบราณหาดูยาก มาจัดแสดงให้ทุกๆได้ชมกัน
หลายคนคงอยากทราบกันแล้วว่าบ้านบางเขนมีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้ทีมนิวมีเดีย PPTV ก็ไม่พลาดที่จะไปตั้งโต๊ะพูดคุยกับ คุณสมพงษ์ พิศาลกิจวนิช เจ้าของบ้านบางเขน จะเป็นอย่างไรมาติดตามไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ
ที่มาที่ไปของ บ้านบางเขน คืออะไร ?
“ผมเป็นคนชอบเก็บสะสมของเก่าๆ ซึ่งก็เก็บมากว่า10 ปีแล้ว เลยอยากนำของเก่าๆเหล่านั้นออกมาโชว์ให้กับทุกๆคนได้ชมกัน และอีกอย่างหนึ่งคืออยากมีร้านกาแฟที่มีขนมอร่อยๆ จึงนำทั้งสองสิ่งนี้มารวมกันและเกิดเป็น บ้านบางเขนแห่งนี้”
คอนเซ็ปต์ของบ้านบางเขน คืออะไร?
“ผมตั้งใจให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวในอดีต โดยการนำของเก่าๆออกมาโชว์ และก็มีที่ให้กับทุกๆคนได้มานั้งอ่านหนังสือ”
จุดเด่นของบ้านบางเขน คืออะไร?
“ที่นี่จะนำของเก่าที่เก็บสะสมมานาน ออกมาโชว์ให้ได้ชมแบบใกล้ชิดจริงๆ สังเกตได้ว่าของเก่าๆพวกนี้ ตามบ้านอาจจะมีกันทุกคนเหมือนกระป๋องสังกะสี กล่องผงซักฟอกต่างๆ หากมันเก่าและถูกวางทิ้งเลี่ยลาดอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นมันอาจจะดูเหมือนขยะไม่มีคุณค่า แต่หากเรารวบรวมของพวกนี้มาจัดให้เป็นหมวดหมู่ ก็จะดูเป็นของมีค่าขึ้นมา ผมว่านี่คือเสน่ห์ของบ้านบางเขน”
เมื่อทราบที่มาที่ไปของบ้านบางเขนแห่งนี้แล้ว เราไปรู้จักแต่ละโซนของบ้านบางเขนกันดีกว่า ที่นี่มีมากถึง 6 โซนด้วยกัน ไม่รอช้าไปที่โซนแรกกันเลยค่ะ
โซนแรกที่จะพาไปรู้จักก็คือ “โซนขายอาหาร” ซึ่งเป็นร้านอาหารที่เจ้าของบ้านบางเขนได้ไปเลือกสรรมาเองกับมือทุกร้านจากการไปตระเวนซื้อของเก่าตามจังหวัดต่างๆ จนกลายมาเป็นแหล่งรวมร้านอาหารเด็ดๆ ของท้องถิ่นทั้ง 4ภาคของประเทศไทย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ชาชักจากสงขลา และ ผัดไทยชุมแสงจังหวัดนครสวรรค์
ถัดจากโซนขายอาหารจะเป็น “บ้านพ่อหลวง” ที่บ้านหลังนี้จะเก็บรวบรวม เหรียญ แสตมป์ ธนบัตร และ พระบรมฉายาลักษณ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เอาไว้ ซึ่งของในบ้านหลังนี้แต่ละชิ้นหาดูไม่ใช่ง่ายๆแล้วในปัจจุบัน ซึ่งโซนนี้น่าจะเป็นโซนที่ถูกใจคนไทยทั้งประเทศอย่างแน่นอน
ถัดมาเป็น “บ้านโค้ก” ที่นี่จะนำเอาทุกอย่างเกี่ยวกับโค้ก มาจัดแสดงให้ทุกคนได้ชมกัน รวมถึงที่นี่ยังได้นำขวดโค้กที่เป็นขวดแก้วขวดแรกในโลก ซึ่งผลิตในปี ค.ศ. 1894 ถ้านับตอนนี้ก็มีอายุกว่า 120 ปีแล้ว รวมถึงยังมีตู้แช่โค้กใบแรกที่ส่งตรงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
โซนถัดมาก็จะเป็น “โซนของโบราณ” ที่นี่จะแบ่งออกเป็น5ห้อง โดยห้องแรกคือร้านขายของเก่าที่รวมนาฬิกา พัดลม เครื่องเงิน เตารีด และตะเกียง ต่างๆในอดีตไว้ ถัดไปจะเป็นร้านตัดผมสมัยโบราณ ที่จำลองออกมาให้ทุกคนได้ชมกัน ข้างร้านตัดผมจะเป็นร้านขายยาสมัยโบราณที่จำลองมาให้เราได้ชมได้เสมือนจริงเลยทีเดียว และต่อมาเป็นห้องเรียนในสมัยโบราณซึ่งหลายๆคนอาจจะคุ้นชิน และปิดท้ายด้วยร้านโชว์ห่วยที่รวมสินค้าในอดีต ซึ่งโซนนี้ก็สามารถวัดอายุกันได้เลยว่าใครทันอะไรกันบ้าง
เข้าไปด้านในสุดของบ้านบางเขนก็คือ “โซนห้องสมุด” ห้องสมุดแห่งนี้มีทั้งหมด250 ที่นั่ง ปัจจัยที่ทำให้ที่บ้านบางเขนมีห้องสมุด เป็นเพราะโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตามห้าง หรือสถานที่ต่างๆ มักจะมีเวลาเปิด-ปิด เจ้าของบ้านบางเขนจึงทำห้องสมุดแห่งนี้ขึ้น และเปิดให้บริการ 24 ชม.
มาถึงโซนสุดท้ายและขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือโซน “คาเฟ่” โซนนี้จะผสมผสานกันระหว่างสไตล์โมเดิร์นและวินเทจ มีมุมนั้งแบบส่วนตัว และโต๊ะให้เลือกนั่งมากมาย มีขนมแสนอร่อยรวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ ใครที่มาถึงบ้านบางเขนแห่งนี้แล้วก็อย่าลืมแวะเวียนมาในโซนนี้กันนะคะ
นอกจากบ้านบางเขนจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วสิ่งที่เจ้าของที่นี่หวังก็คือ อยากให้คนที่มาเที่ยวที่นี่ได้เห็นถึงพัฒนาการของของเก่า ว่าในอดีตกับปัจจุบันมีความแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมีวิวัฒนาการเช่นไร นี่จริงเป็นสาเหตุที่เจ้าของบ้านบางเขน ได้นำของเก่าออกมาให้ทุกคนได้เรียนรู้
Content : สุทัตตา ศักดิ์เสรีชัยกุล
Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง
PPTV Photo : อำพล ทองเมืองหลวง