เห็นได้ชัดเจนว่า ประสิทธิภาพการให้ข่าวผ่านสื่อมวลชนของวัดพระธรรมกาย ตกลงไปทันที ที่ไม่มีพระสนิทวงศ์ เพราะตัวแทนที่มาแถลงข่าว ทำได้เพียงอ่านตามแถลงการณ์เท่านั้น และไม่สามารถโต้ตอบกับคำถามที่สื่อมวลชนซักถามได้ นั่นหมายความว่า จากนี้ไป มีโอกาสสูงที่ดีเอสไอและฝ่ายเจ้าหน้าที่ จะสามารถควบคุมทิศทางของข้อมูลได้มากกว่า
ส่วนวัดพระธรรมกาย อาจต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ในการสื่อสารกับสังคม หรือแม้แต่กับมวลชนที่ยังเชื่อถือศรัทธาในวัด เพราะยังถูกควบคุมสัญญานโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตด้วย
ขณะที่ ส่วนกลางของฝ่ายรัฐ ยิ่งเดินเกมรุกหนักขึ้น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ขอให้พระธัมมชโย เสียสละออกมามอบตัว เพื่อไม่ให้ผูอื่นต้องเดือดร้อนแทน ถ้าถอดคำพูดของผู้บัญชาการทหารบกวันนี้ จะเห็นว่า มีท่าทีแข็งกร้าว
“คนๆเดียว ที่เดียวทำให้บ้านเมืองวุ่นวายก้าวออกมาทุกอย่างก็จบ อยากให้มีจิตสำนึกและเสียสละ อย่าเอาความทุกข์ยากของประชาชนมากดดันรัฐบาล และอย่านั่งเสวยสุข และยังเชื่อว่าพระธัมมชโยยังอยู่ที่วัด”
ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ให้เจ้าหน้าที่เดินหน้าควบคุมตัวแกนนำวัดพระธรรมกายทันที ที่พบความเคลื่อนไหว ส่วนคำถามการจับกุมพระธัมมชโย จะยึดเยื้อไปถึง 2-3 เดือนหรือไม่ ได้ตอบเพียงสั้นๆว่าไม่จำเป็นต้องเปิดเผย
ขณะที่การตรวจสอบการเสียชีวิตของนางสาวพัฒนา เชียงแก้ว เจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย ได้รับรายงานแล้วว่าผู้เสียชีวิต เป็นโรคปอดติดเชื้อ ไม่ใช่หอบหืด ส่วนเวลาการเสียชีวิต ต้องรอผลการชันสูตรอีกครั้ง และนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กองทัพบกจัดทีมแพทย์สนามเข้าร่วมปฏิบัติการด้วยแล้ว