วันนี้ (9 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาอนุมัติให้พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ประกันตัวด้วยวงเงิน 4 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามยุยงปลุกปันและห้ามออกนอกประเทศ ในการถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ ยุยงปลุกปั่น หมิ่นประมาท และความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์
หลังจากพระสนิทวงศ์กลับออกมาจากศาล ตำรวจ สภ.คลองห้า ได้เข้าควบคุมตัวขึ้นรถตู้ เพื่อนำตัวไปรับทราบข้อหาอีก 1 คดี คือ ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ที่ไม่เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตามขั้นตอนคาดว่า จะมีการนำตัวพระสนิทวงศ์ไปฝากขังอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ โดยฝ่ายของพระสนิทวงศ์สามารถยื่นขอประกันตัวได้เหมือนกัน
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของพระสนิทวงศ์ เปิดเผยสาเหตุที่ศาลให้ประกันตัว เพราะไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และคดีทั้งหมดพระสนิทวงศ์ก็ไม่ได้มีความกังวลใจ
ขณะที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การดำเนินคดีกับพระสนิทวงศ์ เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนจะได้ประกันตัวในคดีต่างๆหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของศาล หลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีจุดยืนชัดเจนว่า จะเดินหน้าเอาผิดพระภิกษุที่เคลื่อนไหวและมีพฤติกรรมเหมือนกับพระสนิทวงศ์ในลักษณะเดียวกัน
ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตัวแทนดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เดินทางเข้ามอบข้อมูลโดยสรุปภาพรวมของคดีของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อขอให้สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเสนอต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมในวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาว่า ในทางปกครองของคณะสงฆ์สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะมีข้อเสนอให้สึกพระธัมมชโยโดยที่ไม่ต้องพบตัว ในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำหนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า อาจจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ตามขั้นตอนทางการปกครองคณะสงฆ์ตรวจสอบแล้วว่า การแจ้งความผิดเพื่อสึกต้องทำโดยพบตัวพระภิกษุที่ตกเป็นผู้ต้องหา และเรื่องนี้ต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะพระธัมมชโยมีมวลชนสนับสนุนจำนวนมาก
ส่วนเรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษให้ข้อมูลว่า จะปิดฉากเรื่องนี้ภายใน 5 วัน พล.ท.สรรเสริญ ระบุว่า ได้ตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ส่วนนี้แล้ว ยืนยัน อาจมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น เพราะความหมายที่แท้จริงคือ 5 วันจะมีความคืบหน้า