งานวิจัยนี้เผยแพร่ในวารสาร Nature ฉบับล่าสุด โดยทีมนักวิจัยนานาชาติได้วิเคราะห์ชิ้นส่วนดีเอ็นเอและแบคทีเรียจากฟอสซิลขากรรไกรของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล 3 ชิ้นที่พบในประเทศเบลเยียมและประเทศสเปน ก่อนจะพบว่า หนึ่งในมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมีอาการฟันเป็นหนอง และท้องร่วงเนื่องจากพบร่องรอยปรสิตชนิดที่พบในลำไส้อยู่ในคราบหินปูนบนฟัน
ที่น่าสนใจคือ มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลที่ว่านี้ มีการกินเชื้อราเพนนิซิลเลียม (Penicillium) ที่มีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะ รวมถึงเคี้ยวเปลือกของต้นป๊อปลาร์ ซึ่งมีกรดซาลิซิลิก ที่เป็นสารออกฤทธิ์ในยาแก้ปวดแอสไพรินที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการปวดและอักเสบเป็นอย่างดี ซึ่งสวนทางกับความเข้าใจที่เราเคยมีเกี่ยวกับสติปัญญาของมนุษย์ดึกดำบรรพ์
ซึ่งก็ถือว่าสอดคล้องกับงานวิจัยอื่นๆ ในระยะหลัง ที่พบว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ธัล รู้จักวาดภาพบนผนังถ้ำ และมีพฤติกรรมทางสังคมเช่น ดูแลคนที่อายุมาก ฝังศพคนที่ตาย รวมถึงอาจเป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์สายพันธุ์แรกๆ ที่รู้จักใช้เครื่องประดับ
มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลเป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่ในยุโรป เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง เมื่อ 40,000 ปี ถึง 300,000 ปีที่แล้ว