ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวพบฝูงโลมาแหวกว่าย เล่นน้ำ รอบเรือตรวจการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ขณะลาดตระเวนบริเวณกองหินปูซาร์ ระหว่างเกาะปายู และเกาะสิมิลัน โดยฝูงโลมาดังกล่าวไม่มีท่าที่หวาดกลัว และยังว่ายน้ำวนเวียน ให้เจ้าหน้าที่บันทึกภาพทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ ก่อนจะดำดิ่งหายไป
นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า บริเวณที่พบเป็นจุดที่นักดำน้ำมักพบปลากระเบนราหู เต่า หรือ ฉลามวาฬ บ่อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ก็มีผู้พบวาฬสีน้ำเงิน, วาฬเพชฌฆาต และโลมาปากขวด ในเขตอุทยานฯ คาดว่าเป็นผลจากมาตรการเข้มงวดป้องกันการทำลายธรรมชาติ ทำให้เกิดการฟื้นตัวและมีแพลงตอนและปลาขนาดเล็ก ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ทะเลเพิ่มขึ้น
นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้าสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน แหลมพันวา อำเภอเมืองภูเก็ต บอกว่า จากการตรวจสอบลักษณะพบว่า ฝูงโลมาดังกล่าวเป็นฝูงโลมาปากขวดอินโดแปซิฟิก เป็นโลมาชนิดหนึ่ง โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับโลมาปากขวดธรรมดา แต่แตกต่างกันตรงที่มีจุดสีเทาเข้ม เป็นประอยู่ด้านข้างและด้านท้องลำตัว และขนาดเล็กกว่าโลมาปากขวด
สำหรับโลมาชนิดนี้มักพบกระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตอินโดแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย เช่น ทะเลแดง, ออสเตรเลียตอนเหนือ, ทะเลจีนใต้, ชายฝั่งแอฟริกา ในน่านน้ำไทยพบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่ปัจจุบันพบน้อยลง และถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535