นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ในวันนี้ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลในอัตรา 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม จากเดิม 12 บาท 50 สตางค์ เป็น 13 บาท ขณะที่รถโดยสารสาธารณะก็ปรับขึ้นในอัตรา 50 สตางค์ ด้วยเช่นกัน ทำให้ราคาขายปลีกจากเดิม 9 บาท50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป (1 ก.พ.58)
สำหรับการปรับราคาก๊าซ NGV ในครั้งนี้ ก็เพื่อ ให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนที่แท้จริง เพราะราคาขายหน้าปั๊มยังถือว่า ต่ำกว่าราคาต้นทุนอยู่ถึงกิโลกรัมละ 3 บาท
ขณะที่โครงสร้างราคาก๊าซ LPG ทั้งภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ที่พิจารณาจาก 3 แหล่ง คือ โรงแยกก๊าซ โรงกลั่น และ การนำเข้า ที่ก่อนหน้านี้คาด ว่า น่าจะมีการปรับราคาขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยัน ว่า ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด โดยจะยังคงราคาที่ 24 บาท 16 สตางค์ต่อกิโลกรัม และจะส่งผลให้หลังจากนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีเงินนำเข้ากองทุนในส่วนของก๊าซ LPG เป็นครั้งแรก ที่ กิโลกรัมละ 53 สตางค์ เพื่อสะสมไว้รับมือกรณีราคาของตลาดโลกสูงขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ยังเตรียมซักซ้อม และทำเข้าใจกับผู้ค้า ให้กำหนดราคาขายก๊าซ LPG ภาคครัวเรือนในราคา 18 บาท 13 สตางค์ต่อกิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อยอีกด้วย
ส่วนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล นายณรงค์ชัย ระบุว่า จะมีการเก็บเพิ่มขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตร จากเดิมอยู่ที่ 3 บาท 25 สตางค์ต่อลิตรเป็น 4 บาท 25 สตางค์ต่อลิตร แต่ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอแนวทางร่วมกับ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังก่อน เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ค้าน้ำมัน