นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ไปติดตามผลลัพธ์โครงการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติวงเงิน 3,173 ล้านบาทว่ามีผลในการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนในชนบทและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้มากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินสถานการณ์ว่ารัฐบาลจำเป็นต้องนำมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคชนบทออกมาดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่
ทั้งนี้ มาตรการที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ คือ โครงการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งทั้ง 3 ระยะ ที่ตั้งวงเงินไว้ที่ 40,000-50,000 ล้านบาท
เบื้องต้นแนวทางดำเนินการจะรวบรวมชาวบ้านเข้ามาเป็นกลุ่ม อาจจะกลุ่มละ 100 ครัวเรือนเป็นอย่างต่ำ เพื่อให้การช่วยเหลือจากรัฐเข้าถึงเกษตรกรได้ในคราวเดียวกันแล้วสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เครื่องจักร หรือเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตร โดยแจกเป็นคูปองให้เกษตรกรไปแลกรับสินค้าจากร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งประโยชน์ของคูปองคือไม่เกิดการรั่วไหล และรัฐก็มีความยืดหยุ่นในการชำระหนี้ให้แก่ผู้จำหน่ายสินค้า