คุณอัมพา เพื่อนซี้คนสนิทของเจ๊ยุ เล่าให้ทีมนิวมีเดียพีพีทีวีฟังว่า รู้จักกับเจ๊ยุมานานกว่า 40 ปี โดยร่วมงานกันครั้งแรกที่บางกอกโพสต์ และต่อมาได้เจอกันที่ตึกทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากตนและเจ๊ยุเป็นนักข่าวประจำทำเนียบฯ
คุณอัมพา บอกว่า รู้สึกภูมิใจมากที่ชีวิตนี้ได้มาพบและรู้จักกับยุวดี เพราะยุวดีเป็นบุคคลที่ขยัน จริงจังมากเมื่ออยู่ในเวลาทำงาน ทุกๆ เช้ายุวดีจะมาช่วยเปิดประตูทำเนียบ กวาดพื้น เช็ดถู และไม่ชอบอะไรที่สกปรก พูดง่ายๆ คือยิ่งกว่าภารโรง (หัวเราะ) รวมไปถึงยุวดีเป็นบุคคลที่รักรุ่นน้องนักข่าวทุกคน แม้ช่วงแรกจะดุรุ่นน้อง ดูถูกรุ่นน้องไปบ้าง เนื่องจากยุวดีมีนิสัยเข้มงวด แต่สุดท้ายแล้วยุวดีก็ดุไปเพราะอยากให้รุ่นน้องได้ดี และทำงานเป็นระเบียบตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพข่าว
มิตรภาพอันยาวนาน แค่มองตาก็รู้ใจ...
คุณอัมพา เล่าให้ฟังว่า ตนกับยุวดีจะคอยปรึกษาเรื่องต่างๆ กันตลอด และตนจะรู้ว่าเพื่อนของตนคิดอะไรอยู่ ชอบอะไรและไม่ชอบอะไร โดยปกติแล้วยุวดีเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่ชอบปฎิบัติให้เห็นมากกว่า อย่างตอนที่เกิดเรื่องราวกรณีที่ยุวดีไม่สามารถเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลได้ หลังมีการออกมาตรการทำบัตรประจำตัวสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ( 1 พ.ย. 59) ยุวดีก็ไม่ได้ระบายอะไรให้ตนเองฟัง แต่แววตาสีหน้าของยุวดีตอนนั้นแสดงความรู้สึกและคำพูดออกมาทุกอย่าง ประมาณว่า “การตัดชีวิตยุวดีออกจากทำเนียบฯ ก็เหมือนการตัดชีวิตของยุวดีไปเลย” หลังจากนั้น ยุวดีก็ได้ย้ายมาทำงานอยู่ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งตนเองได้แวะเวียนเข้าไปหายุวดีตลอด โดยเพื่อนไม่มีอาการที่จะแสดงออกว่าป่วยหรือไม่สบาย
จากนักข่าวรุ่นพี่ถึงนักข่าวรุ่นน้อง
คุณอัมพา มองว่า นักข่าวในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก และสบายกว่านักข่าวยุคก่อน เนื่องจากสมัยก่อนเครื่องมืออุปกรณ์ยังไม่ครบ และข่าวแต่ละประเด็นต้องเจาะลึกเชิงสืบสวน นักข่าวทุกคนต้องขยันและพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้ข่าวมาสักหนึ่งชิ้น แต่ในปัจจุบันมันมีอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามารองรับ ทำให้นักข่าวยุคนี้สบาย และไม่ขยัน จึงอยากเห็นนักข่าวยุคนี้มีความขยันและจริงจังกับการทำงานสายข่าวมากกว่านี้ อยากให้หมั่นทำการบ้านอ่านข้อมูลก่อนลงพื้นที่ทำข่าวทุกครั้ง
สุดท้ายนี้ คุณอัมพา ฝากถึงนักข่าวทุกคนว่า “หากเอายุวดีเป็นแบบอย่าง แน่นอนว่า ทุกคนจะเป็นนักข่าวที่ดีและมีความอดทนอย่างแน่นอน”