นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ.เตรียมออกคำสั่งนายทะเบียนฉบับใหม่ โดยปรับแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งมีผลให้บุคคลที่ขับขี่ ที่จะกำหนดว่าผู้ขับขี่รถยนต์หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือการรับค่าสินไหมทดแทนจากการทำประกันภัยภาคสมัครใจ โดยเป็นการปรับเปลี่ยนจากกฎหมายเดิมที่กำหนดต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถึงจะไม่ได้รับความคุ้มครอง คาดว่าจะสามารถออกคำสั่งนายทะเบียนได้ช่วงกลางเดือน มี.ค.60 ถือเป็นการช่วยรณรงค์ลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก
สำหรับการแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เรื่องลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดให้ต่ำกว่าเดิมนั้น เนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่า ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์นั้น ไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งบัญญัติว่าต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดตรวจวัดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา ส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ที่ดื่มสุรา เมื่อไปขับขี่รถยนต์แล้วเกิดอุบัติเหตุบริษัทประกันภัยก็ยังจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ หากไม่มีการแก้ไข ก็เหมือนเป็นการจูงใจให้คนที่ดื่มสุรานิ่งนอนใจ ว่าถึงแม้เมาแล้วขับรถยนต์ชนเกิดความสูญเสียก็ยังมีประกันภัยจ่ายแทน