วันนี้ (20 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพพายุงวงช้าง ลักษณะเหมือนงวงช้างสีดำขนาดใหญ่ เชื่อมต่อระหว่างท้องฟ้ากับผืนน้ำ ที่เกิดขึ้นกลางทะเล ซึ่ง นายศิวะกร ทองยวน นักท่องเที่ยวบันทึกไว้ได้ ขณะเที่ยวชมธรรมชาติในเกาะไข่นอก ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ประมาณ 20-30 นาที ก่อนจะสลายตัวไปในอากาศ
"พายุงวงช้าง" หรือ "พายุนาคเล่นน้ำ" เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มักเกิดขึ้นในน้ำ โดยเฉพาะในทะเลจะเห็นได้บ่อยกว่าในแหล่งน้ำจืด ส่วนใหญ่พบมีความยาวประมาณ 10-600 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1-10 เมตร ช่วงเวลาที่เกิดจะมีฝนฟ้าคะนองร่วมด้วย
ลักษณะที่ปรากฏอาจเห็นงวงช้างเพียงอันเดียว หรือจะเกิดพร้อมกันหลายอันก็ได้ หมุนด้วยอัตราความเร็ว 20-80 เมตรต่อวินาที สามารถเคลื่อนที่ได้แต่ช้า ถ้าความเร็วลมในพายุสูงก็อาจทำให้เรือเล็กล่มได้ ดังนั้นผู้ที่พบเห็นควรหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพายุ แต่ที่เคยเกิดในประเทศไทย ยังไม่พบความอันตราย
ปรากฏการณ์นี้เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศที่กระจายอยู่ในบริเวณเดียวกัน เมื่ออุณหภูมิที่แตกต่างกันถูกดูดเข้าไปอยู่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ ทำให้อากาศที่อยู่ติดกับผืนน้ำยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้อากาศโดยรอบไหลเข้ามาแทนที่ จึงเกิดลมพัดวนบิดเป็นเกลียวขึ้นไปในบริเวณที่มวลอากาศเย็นเคลื่อนผ่านเหนือผิวน้ำที่อุ่นกว่า เมื่ออากาศขยายตัว และเย็นลงจนถึงจุดหนึ่ง ไอน้ำก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจำนวนมาก ทำให้มองเห็นเหมือนพายุหมุน มีลักษณะคล้ายงวงช้าง เชื่อมผืนน้ำและเมฆ หากเทียบกับพายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศนับว่า "พายุงวงช้าง" มีขนาดเล็กมาก