วันนี้ (21 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงคมนาคม ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาอูเบอร์ นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ทางอูเบอร์ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่าจะทำอย่างไรถึงกฎหมายเพื่อที่จะรองรับ “ระบบร่วมเดินทาง” โดยทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ขอให้อูเบอร์หยุดให้บริการไปก่อนเป็นเวลา 6 เดือน - 1 ปี เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย มาตรฐานคนขับ, ยานพาหนะ และการประกันภัยและการเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งภาครัฐจะดูว่าจะเข้าไปกำกับดูแลได้อย่างไร
ขณะที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ย้ำว่า การทำแอพพลิเคชั่นเพื่อเรียกใช้บริการแท็กซี่สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ที่ผิดคือมีการนำไปใช้เรียกรถยนต์ส่วนบุคคล หรือ รถป้ายดำ มาใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนไว้ ทั้งนี้หากใช้บริการแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
ด้านบริษัทอูเบอร์ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่กระทรวงคมนาคมให้อูเบอร์หยุดวิ่ง 6 เดือน - 1 ปี โดยย้ำว่า อูเบอร์ไม่ได้ทำผิด เพียงแต่กฎหมายไทยยังไม่รองรับเท่านั้น โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าให้บริการในประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมออกกฎกระทรวงฉบับใหม่เพื่อบังคับใช้กับ รถแท็กซี่ ให้ติดตั้งระบบเทคโนโลยี และอุปกรณ์ส่วนควบ เช่น จีพีเอส กล้องถ่ายภาพนิ่ง ปุ่มเตือนภัย เพื่อแก้ปัญหาการให้บริการแท็กซี่ที่เกิดขึ้น เมื่อประกาศใช้แล้วจะบังคับให้รถที่จดทะเบียนใหม่ต้องติดตั้งทันทีภายใน 1 เดือน สำหรับในส่วนของรถแท็กซี่เก่าบังคับให้ทยอยติดตั้งภายใน 1 ปี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจะอยู่ที่ 6,000 บาท
นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะเพิ่มบริการแท็กซี่วีไอพี หรือ Premium Taxi โดยใช้รถแท็กซี่และผู้ให้บริการที่มีระดับสูงกว่าปกติหรือรถหรู เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้โดยสาร