ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายขอบเขตการทำธุรกิจและแก้ไขข้อขัดข้องในการดำเนินกิจการของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผ่านร่างกฎหมายรวม 3 ฉบับ โดยมีสาระสำคัญ คือให้ ธอส.สามารถรองรับการให้สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแต่มีรูปแบบในทางตรงกันข้าม โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผู้กู้จำนองที่อยู่อาศัยซึ่งปลอดภาระไว้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินเพื่อขอรับเงินเป็นงวด ๆ ตามที่ตกลงกันเอาไว้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรในอนาคต
ขณะเดียวกัน ยังแก้ไขปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ธอส.จากผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการเคหะแห่งชาติ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เนื่องจากการเคหะแห่งชาติมีการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงกับ ธอส. และยังให้อำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการผู้จัดการ จากปัจจุบันที่เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ธอส. โดยความเห็นชอบของ รมว.คลัง เพื่อให้สอดคล้องกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังเพิ่มเติมบทเร่งรัดในการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ รวมทั้งปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการ ธอส. กรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการว่างลง รวมทั้ง เพิ่มอำนาจในการออกและขายพันธบัตร หุ้นกู้ ตราสารอื่นใด การกู้ยืมเงินโดยวิธีอื่นใด จากปัจจุบันที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ธอส.
นอกจากนี้ เพิ่มอำนาจให้ ธอส. มีอำนาจในการออกและขยายสลากออมทรัพย์ รวมถึงขยายขอบเขตการทำธุรกิจโดยกำหนดให้ ธอส. สามารถประกอบธุรกิจรับประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธุรกิจประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ธุรกิจการรับจัดทำสัญญาและจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม การเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต และการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น