พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมานั้น เป็นเรื่องของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะพิจารณา โดยยืนยันว่าไม่เคยมีแนวคิดอะไรที่จะให้ทหารเข้ามาดูแล แต่รัฐบาลต้องการให้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมออกมาให้ได้ เพราะต้องดูเรื่องการลงทุนการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งมีหลายพื้นที่จะต้องเปิดสัมปทาน หากไม่มีวันข้างหน้าพลังงานจะขาดแคลน จึงต้องรีบทำ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า กลุ่มคนเหล่านี้พยายามเรียกร้องและเสนอประเด็นต่างๆ มากมาย ซึ่งรัฐบาลก็รับฟัง และครั้งนี้กดดันมาอีกว่า ถ้าไม่ตั้งบรรษัทน้ำมันจะมาล้อมรัฐสภา ล้อมทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นหากมาประท้วงอีกจะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะให้อภัยไปหลายครั้งแล้ว
ขณะที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ยืนยันว่าไม่มีการสอดไส้การตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติในร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่จะเข้าสู่ที่ประชุม สนช.วาระ 2-3 ในวันที่ 30 มี.ค.นี้ เป็นเพียงแค่การแก้ไขกฎหมายของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ส่วนจะออกมาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับที่ประชุม
ด้าน พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ วิป สนช.ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้แจงต่อที่ประชุมวิป สนช.ว่า ไม่ได้สอดไส้หรือลักไก่เพิ่มเติมเนื้อหามาตรา 10/1 แต่ทำทุกอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ก่อนแก้ไขหลักการของกฎหมาย ซึ่งการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการพลังงานในอนาคตหลังจากที่วิปสนช.ได้รับฟังคำชี้แจงจาก กมธ.แล้วก็มีความเข้าใจหลักการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวและจะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 30 มี.ค. นี้โดยขอให้ กมธ.ทุกคนช่วยชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในประเด็นที่เป็นปัญหาให้สมาชิก สนช.เข้าใจ
ส่วนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง และนาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้แถลงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยนายปานเทพ ระบุว่า เนื้อหายังแก้ไขไม่ตอบโจทย์ตามที่ประชาชนเรียกร้อง เพราะถึงมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติมาจัดการเชื้อเพลิงธรรมชาติจริง แต่ไม่ได้กำหนดให้จัดตั้งทันที เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้บริษัทรายเดิมได้ต่อสัมปทานรอบใหม่
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ จะยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับต่อประธาน สนช. และหาก สนช.ลงมติผ่านอีก จะยื่นให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 เพื่อยุติร่างกฎหมายดังกล่าว และหากไม่ได้รับคำชี้แจงจากนายกฯ ก็จะปักหลักชุมนุมจนกว่ารัฐบาลเลิกกฎหมายดังกล่าว