วันนี้ (4 เม.ย. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซียเริ่มติดตามตัวผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดโจมตีรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก วานนี้ (3 เม.ย. 60) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย บาดเจ็บ 45 ราย
ข้อมูลเบื้องต้นจากหน่วยข่าวกรองรัสเซียและสื่อท้องถิ่น ระบุว่า ทางการสามารถระบุตัวคนร้ายได้แล้ว โดยคาดว่าเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายชาวเอเชียกลาง อายุประมาณ 23 ปี ส่วนชายอีกคนหนึ่งซึ่งปรากฎในภาพวงจรปิด เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่แล้ว พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับเหตุระเบิด
โดยแนวทางการสืบสวนขณะนี้ ยังมุ่งไปที่กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากกลุ่มไอเอส และคาดว่าอาจเป็นการก่อการร้ายโดยกลุ่มที่ถูกกองทัพรัสเซียทำลายฐานที่มั่น หรืออาจเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเชสเนียที่เคยต่อสู้แยกตัวเป็นเอกราชจากรัสเซีย อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวอยู่เบื้องหลัง
ขณะที่วานนี้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อวางดอกไม้แสดงความไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน
หลังเกิดเหตุ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้ต่อสายคุยกับนายปูติน โดยทั้งคู่เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย ด้านนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี กล่าวว่า นี่เป็นการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อน ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวว่า ขณะนี้ทางการได้ยกระดับมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงปารีสทั้งหมด ป้องกันเหตุซ้ำรอย
สำหรับเหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ในขบวนรถไฟใต้ดินระหว่างสถานีเซนนายาโปลชชัดและสถานีสถาบันเทคโนโลยี โดยภาพจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมภายในสถานีรถไฟใต้ดิน ขณะที่แรงระเบิดทำให้ขบวนรถไฟได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนประตูหลุดออก ผู้โดยสารพากันแตกตื่นวิ่งหนีตายออกจากขบวนรถ