วันนี้ (10 เม.ย. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการร่วมทางทหารระหว่างรัสเซีย อิหร่าน และกลุ่มนักรบที่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดี บาร์ชา อัล-อัสซาด ของซีเรีย ออกแถลงการณ์โจมตีสหรัฐว่า ทำตัวล้ำเส้นมากเกินไป หลังยิงจรวดโทมาฮอว์ก เกือบ 60 ลูกเข้าใส่ฐานทัพซีเรีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยทางกลุ่ม”อิลาม อัล ฮาร์บี” ประกาศว่า หากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก พันธมิตรของรัฐบาลดามัสกัสพร้อมตอบโต้อย่างเต็มกำลัง เพื่อแก้แค้นให้กับชาวซีเรีย ที่ต้องมาเสียชีวิตด้วยน้ำมือสหรัฐ
ขณะที่ผู้แทนของ 7 ประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรม หรือ “G7” เตรียมเข้าร่วมประชุม ที่เมืองทัสคานี ประเทศอิตาลี ในคืนวันนี้ ตามเวลาในประเทศไทย โดยคาดว่าหัวข้อหลักที่จะนำมาหารือกันก็คือ สถานการณ์ในซีเรีย โดยชาติสมาชิกจะขอความกระจ่างจากสหรัฐ ว่าเพราะเหตุใดถึงได้ยิงจรวดถล่มซีเรีย และสิ่งที่สหรัฐต้องการคืออะไรกันแน่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐเคยบอกว่า เป้าหมายอันดับหนึ่งของสหรัฐ คือ การกวาดล้างกลุ่มไอเอส แต่ถัดมาอีกเพียงวันเดียว นางสาวนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กลับบอกว่า จุดประสงค์หลักของสหรัฐคือ การบีบบังคับให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ลงจากตำแหน่ง
ด้านนายทิลเลอร์สัน ระบุว่า การที่สหรัฐยิงถล่มซีเรียนั้น เสมือนเป็นคำเตือนไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเกาหลีเหนือว่า สหรัฐพร้อมจะโจมตีแบบเดียวกับที่ทำกับซีเรีย หากประเทศนั้นๆ ทำตัวเป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก ส่วนการที่สหรัฐส่งกองเรือรบพิฆาตมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรเกาหลีนั้น นายทิลเลอร์สันแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจีนจะเข้าใจ เนื่องจากการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียด จึงจำเป็นที่สหรัฐต้องยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้อง