วันนี้ (13 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
วันนี้ (13 เม.ย.60) นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวชี้แจงถึงข้อกฎหมายในการลงโทษกรณีของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชญ์ลาภิศ หรือ “โชกุน” ผู้บริหารบริษัทเวลท์ เอฟเวอร์ เวิร์ล จำกัด ที่หลอกลวงผู้เสียหายเป็นจำนวนมากว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ และหากประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายถูกหลอกลวงคนละวัน-คนละเวลา-จำนวนเงินที่ถูกหลอกลวงแตกต่างกัน จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน หากเทียบเคียงกับคดี “เสี่ยอู๊ด” ซึ่งกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ในการจัดสร้างพระเครื่อง ที่ศาลฎีกาลงโทษความผิดหลายกรรมต่างกันรวมทั้งสิ้น 921 กระทง
สำหรับคดีนี้อัยการยังแนะนำอีกว่า ผู้เสียหายสามารถรวมกลุ่มไปยื่นฟ้องดำเนินคดีทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นคดีใหม่ เช่น ค่าเสียหายจากเงินค่าทัวร์ไปประเทศญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาสนามบิน ซึ่งข้อดีของการดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย และยังเป็นการเยียวยาความเสียหาย ให้กับประชาชนผู้ที่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ที่ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องคดีต่อศาล เพื่อให้ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม