ถอดสมการข่าว EP.29 เปิดผังโครงข่าย “โชกุน” ปรากฏการณ์รวมตัวของ “ทัวร์” กับ “แชร์ลูกโซ่”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โดย สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา

ความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อคืนที่ผ่านมา กลายเป็นมหกรรมหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เป็นไปได้ยังไงที่มีผู้โดยสารนับพันคนถูกหลอกให้ไปรอขึนเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยที่ไม่มี “ตั๋วโดยสาร” จนสุดท้ายจึงมารู้ว่า “ไม่มีเที่ยวบิน” ที่จะพาพวกเขาไปตั้งแต่แรก

“โชกุน” คือ ชื่อของผู้ที่ดำเนินการทั้งหมด

“เราไม่ได้ขายทัวร์ เราจะพาสมาชิกไปเที่ยว แต่ติดปัญหาที่มีคนไปก่อกวน ทำให้เครื่องบินที่นัดหมายไว้ไม่สามารถมาลงจอดได้ และที่คนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกของบริษัทเวลท์เอเวอร์มาเป็นลูกทัวร์ เพราะสมาชิกรายอื่นๆ เอาสิทธิไปขายต่อกันเอง” ... นี่เป็นสรุปคำชี้แจงของ “โชกุน” หรือนางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ กรรมการบริษัทเวลท์เอเวอร์ ที่ส่งคลิปเสียงมาให้คณะทัวร์ที่เธอสัญญาว่าจะพาไปญี่ปุ่น ในคืนวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา

ข้อความนี้ มีความหมายสำคัญนะครับ ... โชกุน กำลังพยายามสื่อสารว่า เธอไม่เกี่ยวข้องกับการหลอกขายทัวร์ เพราะถ้าเธอเกี่ยวข้อง จะโดนข้อหาหนัก ไม่ใช่แค่ “ฉ้อโกง” แต่จะลามไปถึง “ฉ้อโกงประชาชน” ซึ่งยอมความไม่ได้ และมีโทษถึงยึดทรัพย์

แปลว่า โชกุน ก็อาจรู้โจทย์ข้อนี้ดี จึงเลือกสื่อสารออกไปด้วยข้อความแบบนั้น โดย “โยนความผิด” ที่มีคนจำนวนมากถูกหลอกให้มารอเครื่องบิน ไปที่สมาชิกคนอื่นในเครือข่ายของเขา ว่า ไปชักชวน หรือ หลอกลวงกันเอง

แต่... ผมมีคลิปอีกคลิปหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนวันที่ 8 เมษายน ... สภาพการณ์คล้ายกับมีกลุ่มลูกทัวร์กลุ่มหนึ่งมาทวงถามกับโชกุน พราะทริปที่พวกเขาจ่ายเงินไปแล้ว ไม่เกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 5 เมษายน และเลื่อนมานัดหมายวันที่ 8 เมษายน โดยโชกุนพยายามอธิบายว่า ที่ไปไม่ได้ เพาะมีคนไปก่อกวน โทรไปแจ้งความ ทำใหเครื่องบินมาลงไม่ได้ คลิปนี้ มีหลายข้อความที่สำคัญเช่นกัน เพราะคำชี้แจงของโชกุน ดูเหมือนว่า อาจจะทำให้เธอเข้าข่ายเป็นผู้บริหารจัดการทัวร์ครั้งนี้ และมีข้อความที่ระบุชัดด้วยว่า “การหาลูกทัวร์” เป็นส่วนหนึ่งของการหารายได้ ในการทำธุรกิจขายตรง

ถ้าจะให้ชัด ต้องดูที่ “วิธีการ”

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ครอบครัวเขากว่า 10 คน ซื้อทัวร์นี้ โดยที่ไม่ได้เป็นสมาชิกร่วมขายสินค้าใดๆเลยของบริษัทเวลท์เอเวอร์ แต่ถูกชักชวนจากคนสนิทที่รู้จักกับแม่ของเขา โดยอ้างว่า เป็นกรุ๊ปทัวร์แบบเช่าเหมาลำ ไปประเทศญี่ปุ่น ในราคาเพียงคนละ 1 หมื่นบาท และถ้าไป 10 คน ยังได้แถมอีก 1 คน ด้วยเหตุผลว่า มีที่นั่งว่างเหลือบนเที่ยวบินนี้

มาดูเฉพาะหน่วยเล็กๆ คือ ที่ตัวผู้เสียหายก่อน คนกลุ่มนี้ คือ กลุ่มที่จ่ายเงินออกไป โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับผู้เสียหายที่มาให้ข้อมูลกับเราว่า พวกเขารวมกันกว่า 10 คน โอนเงิน ไปยังบัญชีส่วนตัวของบุคคลที่มาชักชวน และพบว่า เงินที่โอนไป ไม่ได้ตั๋วเครื่องบิน หรือ การจองที่นั่งในเครื่องบินกลับมาเลย ... จึงเหมือนเป็นเพียงการจ่ายเงินซื้ออากาศเท่านั้น พร้อมคำมั่นสัญญาว่า ในวันที่ 11 เมษายน ให้ไปรับตั๋วโดยสารที่หน้าสนามบิน โดยสิ่งที่ได้รับหลังจ่ายเงิน มีเพียงการถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ทริป โอซาก้า 11-16 เมษา และได้รับแจ้งแพคเกจทัวร์ พร้อมรูปภาพสถานที่ที่อ้างว่าจะพาไปเท่านั้น

จากผู้เสียหาย เรามาดูด้านบนกันบ้าง จะเห็นว่า ผู้เสียหายแต่ละคน จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ที่มาชักชวน ซึ่งถึงตรงนี้ ก็ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ หรือ เป็นเหยื่อที่ถูกหลอกเช่นกัน

และเมื่อดูแต่ละสาย จะเห็นว่า มีเป็นระดับขั้น ... คือ ผู้เสียหายแต่ละสาย สายละประมาณ 10 คน จะโอนเงินไปที่ “ลูกข่าย” ในที่นี้ เขาใช้ชื่อว่า “ใจพัด” (คำพ้องเสียง) หมายความว่า ใจพัด เป็นผู้ที่ได้รับเงิน ขั้นแรก แต่ ใจพัด ซึ่งเป็นลูกข่าย จะมีสมาชิกสายอื่นอีก รวมประมาณ 100 คน

จากระดับ ลูกข่าย คือ ใจพัด ... ชื่อทั้ง 100 คน จะถูกรวบเป็น 1 สายใหญ่ ส่งขึ้นไปยังสายที่ใหญ่กว่า คือระดับ “แม่ข่าย” ประมาณ 1000 คน ซึ่งในสายนี้ ใช้ชื่อว่า “วันละยา” (คำพ้องเสียง) และเป็นผู้ที่ได้รับเงินเข้าบัญชีเช่นกัน แต่เราบอกไม่ได้ว่า ได้รับเงินเต็มจำนวนต่อมาจากระดับลูกข่าย หรือ เป็นการแบ่งสัดส่วนกันตามระดับชั้น ... แต่โดยสรุปก็คือ ทั้งระดับลูกข่าย และแม่ข่าย มีเงินผ่านบัญชีก่อนไปถึงโชกุน ... มีเพียงระดับล่างสุด ที่ต้องจ่ายเงินโดยไม่ได้อะไรตอบแทน

อย่างที่บอก เมื่อโอนเงินแล้ว จึงจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ อย่างผู้เสียหายที่ให้ข้อมูลกับเรา ถูกดึงเข้ากลุ่มชื่อ โอซาก้า 11-16 เมษายน มีสมาชิกรอบนี้เฉพาะสายนี้ 106 คน ในกลุ่มนี้ มีข้อความที่เห็นการส่งรายชื่อ “สาย” ... ของสายที่ใช้ชื่อ “ใจพัด” ให้กับ แม่ข่าย คือ “วันละยา” ซึ่งเข้ามาอยู่ในกลุ่มด้วย และเป็นผู้ส่งภาพสถานที่ และแพคเกจทัวร์ให้ลูกข่ายเห็น

ในขณะเดียวกัน ถ้าระดับลูกข่าย หรือแม่ข่าย เห็นว่า มีผู้ร่วมกลุ่มทัวร์คนไหน สนใจที่จะทำธุรกิจขายสินค้าของบริษัทด้วย ก็จะดึงเข้ากลุ่มที่ชักชวนให้ทำธุรกิจ อย่างสายนี้ ใช้ชื่อว่า “พาเที่ยวพารวย” มีสมาชิก 126 คน โดยมีตัวหลักที่โฑสต์รูปทัวร์ และตารางการเดินทาง คือคนที่ใช้ชื่อ วันละยา เช่นเดิม

ทั้งหมดนี้ อาจพอทำให้เราเห็นได้ว่า เครือข่าย ของเวลท์เอเวอร์ กว้างขวางอย่างไร ... และกำลังใช้วิธีการหาสมาชิกเพิ่มด้วย “ทัวร์” ไม่ใช่การแนะนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เท่านั้น หรือไม่ใช่การหาสมาชิกด้วยการวางเครือข่ายขายสินค้า แต่ใช้วิธีการพาเที่ยว เป็นช่องทางในการหาสมาชิกเพิ่มแทน ซึ่งได้สมาชิกง่ายและเร็วกว่า การแนะนำผ่านสินค้ามาก

เมื่อเห็นโครงข่าย การจัดรูปแบบทัวร์ การซื้อ-ขายทัวร์เช่นนี้แล้ว ... น่าจะเห็นเหมือนกันแล้วว่า นี่เป็นทริป ที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเหตุผลหลายประการ

  1. มีจำนวนลูกทัวร์มากเกินไป อย่างเมื่อคืนนี้ มีผู้เสียหายมากกว่า 1 พันคน ถ้าไปเช่นเหมาลำ ต้องใช้เครื่องบินมากกว่า 4-5 ลำ เป็นอย่างน้อย
  2. ที่มีผู้เสียหายเยอะเช่นนี้ บ่งบอกได้ว่า ทัวร์เที่ยวนี้ ไม่เคยมีอยู่แล้วตั้งแต่แรก เพราะมีทั้งนัดมาวันที่ 11 และกลุ่มที่เลื่อนมาจากวันอื่น ที่สำคัญ เห็นได้ชัดว่า ทุกคนไม่มีตั๋วโดยสาร ไม่รู้เที่ยวบิน ไม่รู้เวลาที่แน่นอน นั่นแปลว่า การขายทัวร์ที่ทำกันต่อๆมาเป็นโครงข่าย เป็นการขายในปริมาณ “เท่าไหร่ก็ได้” โดยไม่ได้คำนึงถึงการเดินทางได้จริง ... ดังนั้น จึงน่าจะเข้าข่าย “ฉ้อโกง”

พฤติการณ์ของ นางสาวพศิษฐ์ หรือ โชกุน เป็นที่ชัดเจนแน่นอนว่า เป็นความผิดฐานฉ้อโกง แต่จากการตรวจสอบหลักฐาน ยังเชื่อว่า น่าจะสามารถขยายผลไปสู่ข้อหาที่หนักกว่าได้ คือ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ความแตกต่างระหว่างข้อหา ฉ้อโกง กับ ฉ้อโกงประชาชน คือ

“ข้อหาฉ้อโกง” ยอมความได้ เป็นเพียงการโกงระหว่างบุคคล

ส่วนข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ยอมความไม่ได้ เพราะเป็นการฉ้อโกงโดยบุคคลคนหนึ่งกระทำกับบุคคลจำนวนมาก และตำรวจสามารถขยายผลไปถึงการยึดทรัพย์ได้

แต่หากตำรวจจะขยายผลการกระทำของโชกุนครั้งนี้ ไปสู่ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ก็ต้องเชื่อมโยงข้อมูลให้ได้ ด้วยการพิสูจน์ว่า โชกุน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฉ้อโกงสมาชิกทุกสาย เนื่องจากวิธีการที่โชกุนใช้ คือ การใช้ผู้เสียหายไปหลอกลวงต่อเป็นทอดๆในลักษณะ แชร์ลูกโซ่ ... ซึ่งจะสอดคล้องกับคำชี้แจงที่โชกุน ส่งมาให้สมาชิกเป็นไฟล์เสียง ที่พยายามปฏิเสธว่าไม่ใช่การขายทัวร์ แต่สมาชิกไปขายสิทธิ์ต่อกันไปเอง

ดังนั้น คลิปที่ผมลงไว้ด้านบน อาจเป็นหลักฐานสำคัญ ว่า โชกุน รู้เห็นทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดทัวร์

มีอีกประเด็นที่น่าสนใจจากเหตุการณ์เมื่อคืน 11 เมษายน ที่สมาชิกกว่าพันคนมารวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้เส้ยหายบอกว่า สมาชิกในระดับแม่ข่าย อย่าง วันละยา และ ใจพัดมาปรากฏตัวด้วย เช่นเดียวกับแม่ข่ายสายอื่นๆ เพียงแต่ โชกุน ไม่ได้มา ...

จึงน่าสงสัยว่า ในเมื่อค่อนข้างชัดเจนว่า ไม่มีเที่ยวบินที่ไปได้จริง ไม่มีโอกาสไปได้จริง ทำไมสมาชิกที่เป็นแม่ข่ายจึงยังเดินทางมาปรากฏตัว ดังนั้น จึงบอกได้ยากว่า สมาชิกระดับสูงเหล่านี้ รับรู้ด้วยหรือไม่ ว่าไม่มีเที่ยวบินที่จะพาพวกเขาไปได้จริงเมื่อคืนนี้

ที่สำคัญอีกประเด็น คือ ทริป ที่เคยไปก่อนหน้านั้น ... ไปด้วยวิธีการใด ... ถ้าไปโดยการซื้อตั๋วหรือผ่านบริษัททัวร์ตามปกติ ก็สามารถทำได้ แต่หากไปด้วยวิธีเช่าเหมาลำ ที่ไม่มีตั๋วโดยสารอย่างที่พยายามจะทำเมื่อคืนนี้ ยิ่งน่าสนใจว่า พวกที่เคยไปก่อนหน้านี้ ผ่านขั้นตอนต่างๆของสนามบินไปได้อย่างไร

อ้อ มีอีกคลิปหนึ่งนะครับ ที่อาจพาดพิงไปอ้างถึงสถาบันเบื้องสูง ... ตำรวจกำลังตรวจสอบครับ

เขาจะเป็น “โชกุน” งั้นวันนี้ ถอดสมการข่าว ขอเป็น “อิกคิวซัง” ใช้หมอง นั่งมาธิ ... ปอกเปลือกทัวร์โชกุนซักครั้งนะครับ 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ