ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายจับกุมนายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางถังไนโตรเจน 1 ถัง ภายในบรรจุหลอดใส่อสุจิ 6 หลอด เป็นอสุจิของชาวจีน และชาวเวียดนาม ขณะกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นการกระทำผิด ฐานห้ามนำเข้า ส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 นั้น
นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหา ยอมรับว่า เป็นการลักลอบนำอสุจิเข้าประเทศลาว และเคยมีประวัติการเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาด้วย ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้ยื่นความจำนง ขอระงับคดีในชั้นศุลกากรงดการฟ้องร้อง จึงปรับเป็นเงิน 2 แสนบาท ยกเว้นโทษจำคุก ไม่ต้องส่งอัยการหรือศาลให้พิจารณาลงโทษ จากนั้นได้ประสานสาธารณสุขจังหวัดและส่วนกลางเร่งสอบสวนขยายผลเรื่องนี้ว่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ ค้าอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนหรือไม่
นายนิมิตร กล่าวว่า จากการตรวจสอบด้านกฎหมายของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เบื้องต้นพบว่า ยังไม่มีกฎหมายห้ามในการดำเนินการกับเรื่องดังกล่าว แต่ในส่วนของ พ.ร.บ.ศุลกากร ไทยกับลาวใช้กฎหมายเหมือนกันในการนำเข้าส่งออกสินค้าทุกชนิด ซึ่งการลักลอบนำออกนอกประเทศนี้ถือว่าผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบที่คลินิกแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นคลินิกที่ผู้ต้องหาจะนำถังบรรจุอสุจิไปส่ง พบว่า คลินิกดังกล่าวเป็นอาคาร 2 ชั้น 2 คูหา ตั้งอยู่นครหลวงเวียงจันทน์ มีการติดป้ายด้านหน้าข้อความภาษาลาวว่า ศูนย์การแพทย์รักษาภาวะมีลูกยาก ซึ่งยังเปิดให้บริการตามปกติ
สำหรับ มาตรา 41 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 บัญญัติไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อ เสนอซื้อ ขาย นำเข้า ส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน อัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการนำของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มีโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่าราคาของรวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ
ช่วงบ่ายวันนี้ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งถูกพาดพิงในกรณีดังกล่าวจะเปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการจับกุมผู้รับจ้างขนถังใส่อสุจิข้ามไปฝั่งลาวเพื่อทำอุ้มบุญต่อสื่อมวลชน