วันนี้ (21 เม.ย.60) นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯ สามารถระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลได้แล้ว 12.72 ล้านตัน จากทั้งหมด 17.76 ล้านตัน ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ โดยเป็นการขายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน 11.73 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.11 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกกว่า 9.9 แสนตัน เป็นการขายของรัฐบาลชุดก่อน แต่รับมอบในรัฐบาลชุดปัจจุบัน อย่างไรก็ดี มั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้ หรือสิ้นปี 2560 จะระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลได้ทั้งหมด หรือ มีข้าวที่เหลือในสต็อกขณะนี้ประมาณ 5 ล้านตัน ทั้งนี้มีรายงานว่าผลขาดทุนจากการขายข้าวในโครงการรับจำนำข้าวครั้งนี้มีแล้วกว่า 1.5 แสนล้านบาท
สำหรับการเปิดประมูลข้าวรอบใหม่ จะเป็นข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ หรือ ข้าวในกลุ่ม 3 ที่จะเปิดประมูลกว่า 1.04 ล้านตัน ในวันที่ 28 เมษายนนี้ จะเป็นข้าวเสื่อมสภาพมาก ราคาเสนอซื้อจึงอาจต่ำกว่าทุกกลุ่มที่นำมาเปิดประมูลขาย ซึ่งคณะทำงานระบายข้าว ต้องเทียบเคียงราคาวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมเสนอซื้อเข้ามา และการอนุมัติขาย ต้องใช้หลายปัจจัยประกอบการพิจารณา เช่น ค่าฝากเก็บสต๊อกข้าว ที่มีค่าใช้จ่ายวันละ 17 ล้านบาท ผลกระทบต่อราคาข้าวในตลาดภาพรวม
โดยก่อนหน้านี้ ทางคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบอนุมัติขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่เปิดประมูลไปเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณ 1.62 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าเสนอซื้อกว่า 7,929 ล้านบาท
ขณะที่การส่งออกข้าวในปี 2560 ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกข้าวไปตลาดต่างประเทศได้แล้วกว่า 3.48 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.4 % คิดเป็นมูลค่า 51,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.87 % และยังมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10 ล้านตัน เนื่องจากตลาดข้าวในต่างประเทศขณะนี้ ยังมีความต้องการข้าวสูงและประเทศไทยยังมีคำสั่งซื้อในส่วนของรัฐบาลต่อรัฐบาลที่อยู่ระหว่างการรอส่งมอบข้าวกับอีกหลายประเทศ