ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลคะแนนการเลือกตั้งรอบแรก เอ็มมานูเอล มาครง ได้ไป 23.8% โดย มารีน เลอ เปน ตามมาติด ๆ ด้วยคะแนน 21.5% - ตามมาด้วย ฟรองซัวส์ ฟียง และ ฌ็อง-ลุค เมลองชง ที่ได้ไป 19% โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นไปตามที่โพลออกมาเลย สองตัวเต็งได้คะแนนเหมือนกับที่คาดการณ์ออกมา
ทั้งนี้ จำนวนชาวฝรั่งเศสที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้สูงประมาณ 79% อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจมีผลต่ออนาคตของยุโรปด้วย เพราะในด้านหนึ่ง มาครง เป็นมีแนวคิดที่อดกลั้น สนับสนุนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของยุโรปและการเปิดกว้างทางพรมแดน ขณะที่ทางเลอ เปน มีแนวคิดชาตินิยม กีดกันผู้อพยพ และต่อต้านสหภาพยุโรป โดยหลังจากทราบผลการเลือกตั้งรอบแรก มาครง ก็ไปฉลองชัยชนะกับภรรยา และ เพื่อนๆ ที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งในกรุงปารีส
นาย สเตฟเฟน ไซเบอร์ท โฆษกของนาง อังเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมันนี เขียนข้อความลงบนทวิตเตอร์แสดงคความยินดีต่อ มาครง บอกว่านโยบายของนักการเมืองหนุ่มคนนี้จะเป็นผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจของยุโรป พร้อมอวยพรขอให้โชคดีในอีกสองสัปดาห์ รวมถึงนาย ฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมธิการยุโรป ก็ออกมาแสดงความยินดีต่อมาครงด้วย
ขณะที่นาย เคียร์ต วิลเดอร์ส นักการเมืองเนเธอร์แลนด์ฝ่ายขวา ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา มองว่าผลการเลือกตั้งเป็นข่าวดีของชาวฝรั่งเศสผู้รักชาติทุกคน
ส่วนตลาดหุ้นยุโรปก็ได้อานิสงส์จากผลการเลือกตั้งเหมือนกัน โดยเฉพาะค่าเงินยูโร ที่แข็งค่าขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน เพราะนักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างมองว่าผู้นำฝรั่งเศสคนต่อไปน่าจะเป็น “มาครง”
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ชี้ได้เลยว่า การเมืองในฝรั่งเศสถึงจุดเปลี่ยนสำคัญแล้ว เพราะ มาครง ที่ชูนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่เคยลงเลือกตั้งมาก่อน ไม่ได้เป็นนักการเมือง ส่วนพรรค ออง มาร์ช ของเขาก็เป็นพรรคการเมืองเล็กๆ เป็นพรรคใหม่ เช่นเดียวกับผู้สมัครฝ่ายขวาจัด พรรคเนชันนัลฟรอนท์ ของ เลอ เปน ก่อนหน้านี้ ก็เป็นพรรคการเมืองเล็ก ๆ นี้เป็น ครั้งแรกในรอบ 60 ปี ที่ไม่มีผู้สมัครจาก 2 พรรคการเมืองหลักในรอบชิงดำพรรคที่บริหารประเทศมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
สำหรับฝรั่งเศสจะเลือกตั้งกันในรอบต่อไปในวันที่ 7 พฤษภาคม – โดยในรอบชิงดำนี้ ชาวฝรั่งเศสจะต้องเลือกว่าจะเลือกใคร ระหว่าง ตัวแทนฝ่ายกลาง อดีตนายธนาคาร มาครง อายุเพียง 38 ปี กับ มารีน เลอ เปน ตัวแทนฝ่ายขวา ชูแนวคิดสุดโต่ง ถอนตัวจากอียู ขับไล่ผู้อพยพ