สิ้นสุดยุคนักการเมืองกระแสหลักในฝรั่งเศส

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรอบแรก เป็นไปตามผลสำรวจความคิดเห็นที่ออกมาก่อนหน้านี้ และบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 60 ปี ของการเมืองฝรั่งเศส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ฝรั่งเศส ยังไม่ได้ผู้นำคนใหม่ แต่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ประเทศฝรั่งเศสได้เดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง โดยชัยชนะของทั้ง เอ็มมานูเอล มาครง และมารีน เลอ เปน ในการเลือกตั้งรอบแรกนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ที่ไม่มีผู้สมัครจาก 2 พรรคการเมืองหลักของฝรั่งเศสผ่านเข้าไปในรอบชิงดำเลย

ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคสังคมนิยม ที่ต่างผลัดกันบริหารประเทศมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในตอนนี้ กลายเป็นฝ่ายที่ทำได้แค่มองดูเท่านั้น โดยตัว มาครง เอง ไม่ได้เป็นนักการเมือง และไม่เคยลงเลือกตั้งมาก่อน  ส่วนพรรค ออง มาร์ช ของเขาก็เป็นพรรคการเมืองเล็กๆ  เช่นเดียวกับ เลอ เปน และพรรคเนชันนัลฟรอนท์ของเธอ ที่ก่อนหน้านี้ ก็เป็นพรรคการเมืองเล็ก ๆ

ขณะที่ การเลือกตั้งประธานาธิบดีในรอบสองจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ชาวฝรั่งเศสจะต้องเลือกระหว่างตัวแทนฝ่ายกลางที่มีแนวคิดเปิดกว้าง สนับสนุนอียู กับตัวแทนฝ่ายขวา ที่ชูแนวคิดสุดโต่ง ถอนตัวจากอียู ขับไล่ผู้อพยพ

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในตอนนี้ มีแนวโน้มที่ยุโรปอาจจะรอดพ้นจากกระแสขวาจัดอีกครั้ง  เนื่องจากผู้สมัครที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งในรอบแรกต่างก็ออกมาสนับสนุนนายมาครง  ขณะที่ IFOP  ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านการตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส  ได้การสำรวจความคิดเห็นชาวฝรั่งเศสอย่างว่าพวกเขาจะเลือกใครในวันที่ 7 พ.ย. โดยพบว่าประชาชนที่เลือกผู้สมัครคนอื่นๆ ในรอบแรก จะหันมาเทคะแนนให้มาครงเป็นส่วนใหญ่

สำหรับประชาชนที่เลือก เบอนัวต์ อามง ตัวแทนจากพรรคสังคมนิยม ถึงร้อยละ 69 ตั้งใจจะลงคะแนนให้ มาครง ในการเลือกตั้งรอบสอง ขณะที่ ร้อยละ 26 คาดว่าจะไม่ไปเลือกตั้งเลย มีผู้สนับสนุน อามงไม่ถึงร้อยละ 5  ที่จะเลือก เลอ เปน ขณะที่คนที่เคยเลือก เมลองชง   ร้อยละ 51 มองว่าจะไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งรอบต่อไป แต่สำหรับผู้ที่จะไปใช้สิทธิส่วนใหญ่ ก็จะเทคะแนนให้ มาครง

ส่วนฐานเสียงของ ฟิยง ที่ชูนโยบายฝ่ายขวาเช่นกัน น่าจะเป็นกลุ่มประชาการที่พร้อมจะเทคะแนนไปให้ เลอ เปน มากที่สุด แต่ในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ก็ประกาศว่าจะหันไปสนับสนุน มาครง อยู่ดี โดยผลสำรวจของ IFOP ถือว่าสอดคล้องมุมมองของนักวิเคราะห์การเมืองต่างๆ ที่ยกทฤษฎีการเกลี่ยคะแนนเสียงมาอ้างว่า  มาครง น่าจะชนะการเลือกตั้งในรอบชิงดำอย่างขาดลอย ด้วยเหตุสำคัญคือ นโยบายของ เลอ เปน ต่างจากผู้สมัครคนอื่นๆ เกินไป และไม่เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่

นั่นหมายความว่า หากการเลือกตั้งในรอบสองเป็นไปตามแนวทางนี้จริง โอกาสที่อียูจะสั่นคลอนเพราะฝรั่งเศสจะถอนตัวไปอีกประเทศ ก็คงจะไม่เกิดขึ้น แต่ในระบบประชาธิปไตยแล้ว ทุกอย่างก็ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนว่าจะเลือกผู้นำคนไหน  ซึ่งท้ายที่สุดอะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ