วันนี้ (25 เม.ย.60) พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรอง ออกตามพ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน 2.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทน และ 3.ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน เพื่อสนับสนุนให้ลูกจ้างเข้าถึงประกันสังคม ส่งเสริมการออมและมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบ คาดว่ามีผลบังคับใช้ในอีก 2 เดือน
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 การเพิ่มและขยายสิทธิประโยชน์ รวมถึงเพิ่มทางเลือกใหม่เป็นทางเลือกที่ 3 สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อให้ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โดยทางเลือกที่ 3 เป็นการเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เมื่อนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วันต่อปี ในอัตราวันละ 300 บาท และไม่ได้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่แพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วันต่อปี ในอัตราวันละ 200 บาท ส่วนกรณีตายค่าทำศพ 40,000 บาท ส่วนกรณีสงเคราะห์บุตร อัตราคนละ 200 บาทต่อเดือนคราวละ 2 คน กรณีชราภาพ เงินบำเหน็จชราภาพ หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่ม 10,000 บาท
"ข้อดีของการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 คือ ไม่ต้องมีการตรวจสุขภาพ ยังสามารถใช้สิทธิรักษาบัตรทองได้ และยังได้รับการชดเชยช่วงหยุดงานเพื่อพักรักษาตัว หากขาดเงินสมทบยังเป็นสมาชิกต่อได้ และรัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบกับผู้ประกันตน" พล.อ.ศิริชัย กล่าว
ขณะที่เงินสมทบที่ผู้ประกันตนและรัฐบาลต้องจ่าย โดยทางเลือกที่ 1 ผู้ประกันตน 70 บาท รัฐบาล 30 บาท , ทางเลือกที่ 2 ผู้ประกันตน 100 บาท รัฐบาลจ่าย 50 บาท และทางเลือกที่ 3 ผู้ประกันตน 300 บาท ส่วนรัฐบาลจ่าย 150 บาท
พลเอกศิริชัย กล่าวว่า ปัจจุบันมียอดผู้ประกันตนตามมาตรา 40 อยู่ 2.2 ล้านราย และยังมีแรงงานนอกระบบอีกกว่า 20 ล้านราย โดยคาดว่าในปีแรกจะมีแรงงานนอกระบบเข้ามาสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 อีก 3 ล้านราย และจะครอบคลุมทั้งหมดภายใน 20 ปี ซึ่งรัฐบาลจะมีค่าใช้จ่ายปีแรก 400 ล้านบาท ส่วนในระยะยาวจะใช้ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี ยืนยันว่างบประมาณดังกล่าวเพียงพอต่อการดูแล