เจ้าหน้าระดับสูงจากรัฐบาลสหรัฐ เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมสรุปสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ร่วมกับสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐทั้ง 100 คน ที่ทำเนียบขาว โดยบอกว่า นโยบายหลักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือ จะเน้นประสานงานกับประชาคมโลก เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกาหลีเหนือยอมยุติโครงการทดสอบขีปนาวุธ และอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร และกลับคืนสู่การเจรจา
อย่างไรก็ตาม มาตรการทางทหาร ก็ยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่มีการนำมาหารือกัน แต่เบื้องต้นสหรัฐพอใจกับท่าทีของจีนที่เข้ามามีส่วนร่วมจัดการเกาหลีเหนือ และต้องการจะแก้ไขสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีด้วยสันติวิธีก่อน มิเช่นนั้นประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเผชิญหน้ากัน ก็คือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
ส่วนประเด็นที่กองทัพสหรัฐเริ่มเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของระบบต่อต้านขีปนาวุธทาดเข้าไปในจุดติดตั้ง ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ล่าสุด สหรัฐระบุว่า การเตรียมการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธทาดผ่านไปได้ด้วยดี และคาดว่าจะเตรียมพร้อมใช้งานได้ในเร็ววันนี้
ท่ามกลางความกังวลว่าเกาหลีเหนืออาจทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้หลายฝ่ายออกมาเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธทาด การซ้อมรบทั้งจากฝ่ายเกาหลีเหนือเอง และการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ ขณะที่เมื่อวานนี้ ทางการจีนก็ออกมาอวดโฉมเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกที่สร้างและออกแบบเองในประเทศด้วย