ขวดน้ำพลาสติก และขวดแก้ว จากฝีมือของนักท่องเที่ยว ลอยเกลื่อน กระจัดกระจายเต็มชายหาดเกาะเสม็ด เป็นภาพที่ยังปรากฏให้เห็น แม้ชาวบ้านและอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จะมีมาตรการเก็บขยะเป็นประจำอยู่แล้ว ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ที่ชาวบ้านบางส่วน ออกมาคัดค้าน การจัดคอนเสิร์ตเสม็ด อิน เลิฟ ในปีนี้
คอนเสิร์ต เสม็ด อิน เลิฟ ครั้งที่ผ่านๆ มา ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "โดด เล่น เต้นบนน้ำ" และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน หลั่งไหลมาร่วมงาน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมถือขยะออกมาทิ้งด้านนอก นั่นหมายความว่าถ้านักท่องเที่ยวทิ้งขยะในงานคนละชิ้น หลังจบงานก็จะมีขยะนับหมื่นชิ้นกระจัดกระจายเต็มชายหาด
ชาวบ้านบางส่วนมองว่าการจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด คือผู้จัดงาน ขณะที่ชาวบ้านต้องแบกรับปัญหาขยะ ที่สะสม เพิ่มขึ้นทุกปี อย่างไม่มีทางเลี่ยง
แต่ละวันขยะทุกชิ้นบนเกาะเสม็ด จะถูกเก็บมารวมไว้ในบ่อขยะที่แหลมเรือแตก ผู้รับเหมาจัดการขยะยอมรับว่า ปีที่แล้วได้รับเงินให้จัดการขยะหลังจบคอนเสิร์ต 2 หมื่นบาท แต่ปีนี้ เขายืนกรานคัดค้านคอนเสิร์ต เพราะไม่คุ้มค่ากับขยะที่นับวันจะยิ่งวิกฤต
ปัจจุบันขยะมีไม่ต่ำกว่า 15,000 กิโลกรัม บางส่วนนำไปขายเป็นขยะรีไซเคิลได้ แต่ขยะส่วนใหญ่จะถูกพักไว้ในบ่อรอวันฝังกลบ ผู้รับเหมาจัดการขยะ เผยว่า จากการคำนวณด้วยสายตา บ่อขยะแห่งนี้ รองรับขยะได้อีกแค่ 3 ปี หลังจากนั้น ปัญหาขยะบนเกาะเสม็ดจะเข้าสู่ขั้นวิกฤตทันที
สุทธิกิตติ์ ปิยธีรภัทร ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน