วันนี้ (2 พ.ค.60) นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า วันนี้เวลาประมาณ 14.30 น. ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับแจ้งผ่านศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบิน PG 145 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ไปยังท่าอากาศยานสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำหนดออกเดินทางเวลา 13.45 น. ขอให้ ทสภ. ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน เนื่องจากมีผู้โดยสารชาวสวีเดนที่อยู่บนเครื่องบินพูดว่ามีระเบิดอยู่ในสัมภาระ เมื่อ ทสภ. ได้รับแจ้งเหตุ จึงได้มีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับสายการบินก่อนที่จะมีการประกาศใช้แผนฉุกเฉิน บทที่ 9 เรื่องการขู่วางระเบิดอากาศยาน (Bomb threat on aircraft) และได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนฉุกเฉินโดยทันที เบื้องต้นได้นำเครื่องบินลำดังกล่าวเข้าจอดที่หลุมจอด Isolate Parking Stand ทางฝั่งตะวันออกของท่าอากาศยาน และได้ลำเลียงผู้โดยสารพร้อมลูกเรือจำนวน 140 คน ออกจากอากาศยานไปพักรอที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยฝั่งตะวันออก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ดำเนินการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระ รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยทำลายวัตถุระเบิด (Explosive Ordnance Disposal : EOD) เข้าดำเนินการตรวจสอบกระเป๋าทุกชิ้นที่บรรจุอยู่ใต้ท้องเครื่องและตรวจสอบอากาศยานอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งไม่ปรากฎว่ามีวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นวัตถุระเบิดแต่อย่างใด ทสภ. จึงได้ประกาศยกเลิกการใช้แผนฉุกเฉินในเวลา 17.50 น.
ทั้งนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้นำผู้โดยสารไปพักรอที่ Gate A8 เพื่อรอขึ้นเครื่องบินไปท่าอากาศยานสมุย ด้วยเที่ยวบิน PG 145 โดยเครื่องมีกำหนดออกเดินทางจาก ทสภ.ในเวลาประมาณ 18.30 น.
พ.ต.อ.มนเทียร เบ้าทอง ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุเมื่อ 15.00 น. ผู้โดยสารชาวสวีเดนได้พูดก่อนเครื่องบินขึ้นต่อเจ้าหน้าที่ต้อนรับว่า "I have Explosive in sight" ทำให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีเข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบว่ามีระเบิดจริง ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาชาวต่างชาติรายนี้ ตามพ.ร.บ.ความผิดบางประการของการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 มาตรา 22 ระบุไว้ว่า ผู้ใดแจ้งข้อความหรือส่งข่าวสารที่เป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบินตื่นตกใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานระหว่างทำการบิน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 แสนถึง 6 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ