ดีเอสไอ จับฮั้วประมูลระบบ “อี-บิดดิ้ง” รายใหญ่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ดีเอสไอ บุกจับขบวนการฮั้วประมูลโครงการรัฐรายใหญ่ในภาคอีสาน ผ่านระบบอี-บิดดิ้ง แฉพฤติกรรมนำข้อมูลราคาที่คู่แข่งเสนอมาขายให้ผู้รับเหมาก่อนปิดประมูล คาดมูลค่าความเสียหายปีละกว่า 1,000 ล้านบาท

วันนี้ (3 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ บุกจู่โจมจับกุมผู้รับเหมาก่อสร้างชาวจังหวัดยโสธรคนหนึ่ง  ขณะกำลังเจรจากับผู้รับเหมาอีกคนหนึ่งที่ร่วมประกวดราคาด้วยระบบอีบิดดิ้งของกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พร้อมยึดสมุดบัญชี รายชื่อบริษัท และรายละเอียดโครงการของรัฐ เป็นของกลาง

ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ได้รับข้อมูลการฮั้วประมูลตั้งแต่ปี 2558 โดยมีหลักฐานการนำข้อมูลการประมูลด้วยวิธีดังกล่าว ออกมาเสนอขายให้กับกลุ่มบริษัท ที่เข้าประกวดราคาในแต่ละโครงการ ซึ่งมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสืบสวนไปยังผู้ร่วมขบวนการ ส่วนผู้ต้องหาที่ควบคุมได้ทั้งสองคน ยังอยู่ในการคุมตัวของทหาร ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช. ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังพิจารณาเรื่องนี้ให้เป็นคดีพิเศษด้วย

สำหรับพฤติกรรมของการฮั้วประมูลของเครือข่ายนี้มีอยู่ 2 วิธี คือ ผู้จัดฮั้วจะซื้อรายชื่อบริษัทที่สมัครยื่นซองประกวดราคา ผ่านกรมบัญชีกลางในวันที่ปิดรับสมัคร และจะโทรศัพท์ไปเสนอเงิน เพื่อให้บริษัทต่างๆ ร่วมฮั้วประมูล หากบริษัทใดร่วมก็จะได้ส่วนแบ่ง

จากนั้นจะให้ทุกบริษัทเสนอราคาสูงสุดที่กรมบัญชีกลางตั้งไว้ ก่อนที่จะให้บริษัทที่ซื้อการประมูลไปเคาะราคาต่ำกว่าเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้โครงการนั้นๆ ไป

วิธีที่สอง หากบริษัทที่ยื่นซองประมูลไม่ร่วมฮั้วประมูลด้วย ในวันประมูลจะมีคนที่ลักลอบเข้าระบบอีบิดดิ้ง โทรมาแจ้งการประกวดราคาต่ำสุดของโครงการนั้นๆ ที่กลุ่มฮั้วประมูลต้องการ จากนั้นผู้ซื้อการประมูลจะเข้าไปเคาะประกวดราคาต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย

มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งสองวิธีจะต้องมีผู้ที่เข้าระบบ หรือเจาะข้อมูล อีบิดดิ้ง (e-bildding) ของกรมบัญชีกลางได้ และเชื่อว่าจะมีเจ้าหน้าที่บางส่วนรู้เห็น เพราะผู้ร่วมประกวดราคา จะไม่ทราบราคา หรือแม้แต่ชื่อบริษัทคู่แข่งก่อนขายข้อมูลต่อให้กับขบวนการจัดฮั้วประมูล  

สำหรับส่วนแบ่งจากการฮั้วประมูลเบื้องต้นพบว่ามีการแบ่งผลประโยชน์กันโครงการละ 1 เปอร์เซ็นต์ เช่น โครงการ 100 ล้านบาท ผู้ต้องหาจะได้ส่วนแบ่ง 1 ล้านบาท และนำไปแบ่งกับผู้ขายข้อมูลของกรมบัญชีกลาง  

ตรวจสอบเบื้องต้นพบการดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 ส่วนใหญ่เป็นโครงการในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน ของกรมชลประทาน ,กรมทรัพยากรน้ำ ,กรมทางหลวงชนบท รวมถึงการก่อสร้างโรงพยาบาล แต่ละเดือนผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 40-50 ล้านบาท และคาดว่าการฮั้วประมูลรูปแบบนี้ทำให้รัฐเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพราะพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประกวดราคาของกรมบัญชีกลางผ่านระบบ e-bidding วันละหลายโครงการ



วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ