คุณรู้ไหม? รายได้แอปเปิ้ล 1 วัน = คนยากจนทำงาน 1.8 แสนปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อวันอังคารที่ 25 เม.ย.60 บริษัท แอปเปิ้ล (Apple) คาดว่าจะรายงานรายได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีงบการเงิน ว่าบริษัทถือครองเงินสดไว้ 250,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อคิดเป็นเงินบาทของไทยในอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 34.62 บาท/ดอลลาร์ ( 3 พ.ค.60) รวมเป็นเงิน 8,655,000 ล้านบาท

เงินจำนวนนี้มากมายขนาดไหน คุณคิดออกไหม?

ลองเทียบกับทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย พบว่า

ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 อยู่ที่ 180,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น  6,262,758 ล้านบาท

เงินที่แอปเปิ้ลถือครองไว้ คือ 8,655,000 ล้านบาท

แอปเปิ้ลมีเงินมากกว่าทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย คิดเป็น 38.2%

เทียบกับเรือดำน้ำ “Yuan Class S-26 T”

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณ 13,500 ล้านบาท จัดซื้อ “เรือดำน้ำ” S-26 T จากประเทศจีน 1 ลำ โดยงบประมาณที่ใช้จัดซื้อเรือดำน้ำ มูลค่า 13,500 ล้านบาท จะแบ่งผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 7 ปี โดยจะแบ่งจ่ายเงินเป็นงวดๆ ตามความก้าวหน้าในการสร้างเรือ ซึ่งกองทัพเรือได้เจรจากับฝ่ายจีนเกี่ยวกับการชำระเงินในแต่ละปีงบประมาณให้สอดคล้องกับความเป็นไปได้ด้านงบประมาณของกองทัพเรือเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีงวดการชำระเงินทั้งหมด 17 งวด ชำระเงินในปี 2560 จำนวน 700 ล้านบาท ส่วนปี 2561 – 2566 จะชำระเงินเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท

มาดูกันว่า เงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 8,655,000 ล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำ “Yuan Class S-26 T” ได้กี่ลำ

8,655,000 ล้านบาท / 13,500 ล้านบาท =   641 ลำ

เว็บไซต์ www.globalfirepower.com เว็บไซต์จัดอันดับกองทัพทั่วโลก เปิดเผย ประเทศ ที่มีเรือดำน้ำมากที่สุดตามลำดับ คือ สหรัฐอเมริกา  72 ลำ ตามด้วย เกาหลีเหนือ  70 ลำ จีน  67 ลำ  รัสเซีย   55 ลำ อิหร่าน   32 ลำ และญี่ปุ่น  16 ลำ หากไทยได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ 3 ลำ ตามแผน จะแซงหน้าเพื่อนบ้านอาเซียน ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่มีประเทศละ 2 ลำ แต่ยังตามหลังสิงคโปร์ที่มี 6 ลำ

เงินสดที่แอปเปิ้ลถืออยู่ ซื้อเรือดำน้ำได้มากกว่าทุกประเทศข้างต้นที่กล่าวไว้รวมกันเสียอีก

 

เงินที่แอปเปิ้ลมี ช่วยคนจนได้เท่าไหร่?

รายงานล่าสุดของยูเอ็น เมื่อปี 2558 ซึ่งใช้ชื่อว่า “Achieving Zero Hunger” และมีการเผยแพร่ที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์  เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ระบุ หากประชาคมโลกต้องการแก้ปัญหาความอดอยากให้หมดสิ้นไปจะต้องมีการอัดฉีดเม็ดเงินสำหรับใช้แก้ปัญหานี้อีกมากกว่า 267,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.5 ล้านล้านบาท) ต่อปี และจะต้องรอจนถึงปี 2030 ปัญหาความอดอยากของประชากรโลกจึงจะหมดสิ้นไป

ข้อมูลองค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่าประชากรโลกมีจำนวนราว 7,300 ล้านคน ณ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งจำนวนคนยากจนทั่วโลกที่มีรายได้ “ต่ำกว่า 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน” ในปี 2015 เหลือ 836 ล้านคน จากที่เคยมีมากถึง 1,900 ล้านคนเมื่อช่วงทศวรรษ 1990

สำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกยังคงเป็นบ้านของผู้คนที่อดอยากหิวโหยกว่า 490 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 2 ใน 3 ของผู้อดอยากหิวโหยทั่วโลก

หากนำเงินที่แอปเปิ้ลมีมาช่วยเหลือคนยากจนให้หลุดพ้นจากความยากจน จะได้คนละเท่าไหร่

จำนวนคนยากจนทั่วโลก 836 ล้านคน

เงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 8,655,000 ล้านบาท

เฉลี่ยได้คนละ 299 ดอลลาร์ หรือ 10,351.38 บาท

 

เทียบรายได้ของแอปเปิ้ล/วัน Vs รายได้คนยากจน/วัน

836 ล้านคน คือ จำนวนคนยากจนทั่วโลกที่มีรายได้ “ต่ำกว่า 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน”

ไตรมาสแรกของปีพ. ศ. 2560 บริษัท แอปเปิ้ล มีเงินเพิ่ม 3.6 ล้านดอลลาร์/ชั่วโมง หรือประมาณ 124,632,000 บาท /ชั่วโมง หรือคิดเป็น 2,991,168,000 บาท/วัน

สรุปคือ

แอปเปิ้ลทำงาน 1 วันมีรายได้ 86.4 ล้านดอลลาร์ = คนยากจนทำงานทั้งหมด 189,369.863014 ปี (1.89 แสนปี) ถึงจะได้เงินจำนวนนี้

 

ทั้งหมดนี้คงพอทำให้นึกภาพออกว่าเงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ ทำอะไรได้บ้าง?

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ