นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ออกประกาศเพิ่มเติม การยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สำหรับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ส่งความเห็นของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาให้ประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือการให้นำระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) หรือระบบบริหารจัดการอื่นใดมาใช้สำหรับแปลงสำรวจในอ่าวไทยหมายเลข G3 G5 และ G6 แต่รัฐบาลอาจใช้สิทธิแจ้งให้ผู้ได้รับสิทธิ์สำรวจมาเจรจาเพื่อตกลงยินยอมเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ โดยการใช้สิทธิ์แจ้งของรัฐบาลภายใน 4 ปีแรกของระยะเวลาสำรวจ โดยยืนยันว่าจะไม่ทำให้ผลประโยชน์ที่เข้ารัฐลดลง
ส่วน 26 แปลงที่เหลือ ยังดำเนินการภายใต้ระบบสัมปทานไทยแลนด์ทรีพลัส และสิ้นสุดการยื่นขอภายในวันที่ 18 ก.พ. 58 เช่นเดิม
ทั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าพิจารณาข้อมูลทางธรณีวิทยาหลายราย โดยคาดจะมีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท และมีปริมาณก๊าซธรรมชาติราว 1 - 5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต น้ำมัน 20 - 50 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาก๊าซธรรมชาติที่เริ่มลดลงและยืนยันได้ว่าเหลือใช้เพียง 7 ปีเท่านั้น
สำหรับกรณีแปลงสัมปทานของแหล่งเอราวัณและบงกชที่จะหมดอายุในปี 2565 ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ จะสรุปแนวทางที่ชัดเจนภายในกลางปีนี้ และต้องดำเนินการตกลงกับเอกชนให้เสร็จสิ้นภายในปี 2560 เพื่อให้ผลิตก๊าซธรรมชาติได้ต่อเนื่อง อีกทั้งยืนยันว่าจะไม่ใช้ระบบไทยแลนด์วันอย่างแน่นอน