ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิงสาวผู้เสียหายรายนี้ เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าว PPTV หลังย้ายมาอยู่ที่บ้านต่างอำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา โดยบอกเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงที่เธอกับดาบตำรวจยังอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านพัก 2 ชั้น ในเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2557 พร้อมกับหลานสาวอายุ 14 ปีของตัวเอง และลูกชายของดาบตำรวจ อายุ 10 ปี โดยเด็กทั้ง 2 คนได้นอนอยู่ภายในห้องเดียวกันที่ชั้นล่างของบ้าน ส่วนตัวเองกับดาบตำรวจนอนอยู่ที่ชั้นบนของบ้าน กระทั่งเมื่อปี 2558 ได้มีปากเสียงทะเลาะกับดาบตำรวจ เนื่องจากมาทราบภายหลังว่า หลานสาวตัวเองถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ทั้งนี้ หลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้หญิงสาวคนนี้เชื่อว่าหลานสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศ คือบันทึกการสนทนาทางเฟซบุ๊ก อ้างว่าเป็นเฟซบุ๊กของดาบตำรวจปลอมตัวมาโดยใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิง เพื่อที่จะต้องการพูดคุยกับหลานสาว เมื่อช่วงเดือนเมษายนของปี 2559 โดยระบุพิกัดว่าอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา แต่กลับบอกเด็กว่าอยู่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีข้อความที่ยอมรับว่าเป็นดาบตำรวจคือประโยคที่เด็กพิมพ์บอกว่า “พ่ออยู่ไหน” และข้อความพิมพ์ตอบกลับไปว่า “ห้ามบอกใครเด็ดขาด” โดยมีการนัดหลานสาวไปซื้อเสื้อผ้า และสามารถถ่ายภาพรถยนต์ของดาบตำรวจเอาไว้ได้ / และที่สำคัญคือมีข้อความลักษณะพูดคุยเชิงยอมรับว่า เคยก่อเหตุลวนลามเด็กจริง
ก่อนหน้านี้ ดาบตำรวจคู่กรณีออกมาปฏิเสธไม่ใช่เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว และอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งเพราะพยายามตีตัวออกห่าง หลังทราบว่าเธอมีครอบครัวแล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่า สาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีดาบตำรวจมาจากสาเหตุใด เพราะสำนวนอยู่ระหว่างพิจารณาของตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งทีมข่าว PPTV ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิด