ทีมข่าวพีพีทีวีเดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบถามกรณีนี้ ได้ยืนยันว่าคำสั่งยังไม่เด็ดขาดจะเปิดเผยสำนวนให้ทราบไม่ได้ เพราะต้องผ่านตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และไม่มีสำนวนหลงเหลือในระบบฐานข้อมูลของอัยการจังหวัดนครราชสีมาให้ค้นหา ส่วนความเห็นว่าสั่งฟ้องเพราะเหตุใด หรือสั่งไม่ฟ้องเพราะเหตุใดจะไม่สามารถตรวจสอบได้จนกว่าคำสั่งจะเด็ดขาด
สำหรับคดีนี้อัยการได้รับสำนวนจากตำรวจเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 และอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 และกระบวนการหลังจากนี้หากตำรวจภูธรภาค 3 ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของอัยการ จะต้องเรียกผู้พิจารณาสำนวน และผู้ดูสำนวนมาสอบสวน ถึงสาเหตุคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ พร้อมกันนี้สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เตรียมทำหนังสือขอคัดสำนวนคดี ส่งถึงอัยการสูงสุด พร้อมทำหนังสือให้อัยการสูงสุด เรียกตัวผู้พิจารณาสำนวน และผู้ดูสำนวนมาสอบสวน มาตรวจสอบ เพื่อแสดงความโปร่งใส