ในปีที่ผ่านมา มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรูในฮ่องกงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเศรษฐีจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงกว้านซื้ออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าค่าอากรที่ต้องจ่ายให้รัฐจะสูงลิ่ว โดยจากผลสำรวจล่าสุดของ คริสตีส์ อินเตอร์เนชันนัล เรียล เอสเตท บริษัทนายหน้าเพื่ออสังหาริมทรัพย์ระดับหรูชั้นนำของโลกระบุว่า ในบรรดาอาคารที่พักอาศัยที่ซื้อขายด้วยมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว 10 อันดับแรก 4 แห่ง อยู่บนเกาะฮ่องกง
ขณะเดียวกัน กรุงลอนดอน ซึ่งครองแชมป์ในการจัดอันดับนี้มา 4 ปีติดต่อกัน ตกไปอยู่อันดับสอง โดยบางส่วนเป็นผลมาจากการปรับขึ้นภาษีของรัฐบาลอังกฤษ และความไม่แน่นอนที่มาพร้อมกับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ส่วนอันดับ 3 – 5 เป็นของ นิวยอร์ก ลอสแองเจลิส และสิงคโปร์
นายแดน คอนน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ คริสตีส์ อินเตอร์เนชันนัล เรียล เอสเตท บอกว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับหรูทั่วโลกยังคงแข็งแรง โดยยอดขายมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายในตลาดรองลงมากลับชะลอตัวลง โดยยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกในปีที่ผ่านมา เติบโตเพียง 1% เท่านั้น จากที่เคยเติบโต 16% ในปี 2014 และ 8% ในปี 2015