เร่งหาตัวคนร้ายลอบวางระเบิดหน้าสยามพารากอน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยส่งทีมสืบสวน ลงตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย ที่วางระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูกบริเวณทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามและห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน


พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการติดตามตัว 2 คนร้ายบริเวณสยามที่วางระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูกบริเวณทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามและห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ซึ่งขณะนี้ได้มีการเรียกตัวคนขับรถแท็กซี่ที่รับตัวผู้ต้องสงสัยไปยังจุดเกิดเหตุมาสอบปากคำ โดยคนขับได้ให้การว่าได้รับคนร้ายทั้งสองคนจากซอยรางน้ำใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมาส่งที่ซอยสยามแสควร์ซอย 7 รวมทั้งมีการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยนั่งรถตู้จากจังหวัดต้นทางในภาคกลางทำให้การสืบสวนค่อนข้างแคบลง และตัวคนขับแท็กซี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้พาคนขับไปเสก็ตช์ภาพผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนและนำภาพมาให้ดู แต่ทางคนขับแท็กซี่ยังไม่ชี้ยืนยัน และได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องหา คนที่ใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาว มีปัญหาเรื่องการเดิน เท้าขวาเดินกะเพลก แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ต้องสงสัย ยังไม่ตรงกับฐานข้อมูลของใคร พร้อมทั้งยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยรายใด


พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังได้กล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้มีการส่งทีมสืบสวน 6-7 ชุดลงตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยและเส้นทางก่อนที่จะเดินทางมาเรียกรถแท็กซี่ และได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มก้อนในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งที่ยังรวมตัวกันอยู่ หรือแยกกันไปแล้ว แต่อาจจะกลับมารวมตัวกันใหม่ ซึ่งได้สั่งการและสนธิกำลังกับหน่วยความมั่นคงในการลงพื้นที่ประกบกลุ่มผู้ต้องสงสัยหมดแล้ว ซึ่งเป็นการทำงานในทางลับ ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้


โฆษก สตช. ยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจ ที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะก่อเหตุอีก โดยเฉพาะในจุดเชิงสัญลักษณ์ ที่มีผู้คนพลุกพล่าน และเป็นจุดเสี่ยงสาธารณะใน กทม. ดังนั้น จึงได้เฝ้าระวังระดับเข้มข้นที่สุด อาทิ ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีทั้งบนสกายวอล์ค และในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และได้ระดม ตร.นอกเครื่องแบบหาข่าวแล้ว นอกนั้นก็เป็นจุดเสี่ยงสำคัญอื่นๆ ซึ่งได้ส่งกำลังเข้าไปเฝ้าระวังทั้งหมดแล้ว


นอกจากนี้พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวถึงเรื่องบุคคลที่เป็นผู้นำเอกสารแถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอมมาเผยแพร่ว่า ตอนนี้ได้มีการเข้าควบคุมตัวและสอบสวน นายกฤษณ์ บุดดีจีน อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาชาวเพชรบูรณ์ และแจ้งข้อหาหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยทางชุดสืบสวนสอบได้ทำการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการที่คาดว่าจะมีอีกหลายคน โดยสั่งการให้แกะรอย จากการส่งไลน์ไปยังคนต่างๆ ของผู้ต้องหา ซึ่งทราบว่าได้ถูกลบไปแล้ว แต่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญทำการกู้ข้อมูลกลับมา เพื่อเรียกตัวมาสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นมีทั้งหมดประมาณ 20 ราย และเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับกุมตัวคนบงการได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ