หลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้เห็นชอบรายงานเรื่องแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีและระบบบริหารจัดเก็บเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งคณะกรรมาธิการ การเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เป็นผู้เสนอ เพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป โดยได้มีข้อเสนอแนะบางประเด็นที่น่าสนใจ คือ ควรมีการปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมอีก 1 % โดยกำหนดให้นำรายได้จากการจัดเก็บภาษีในส่วนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวไปใช้เฉพาะในด้านการศึกษาและการสาธารณสุขเท่านั้น คาดว่าจะทำให้สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอย เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นหรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ทำให้ที่ดินมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น แต่รัฐบาลยังไม่สามารถจัดเก็บรายได้ดังกล่าวได้ ดังนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลังควรมีการพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีกรณีดังกล่าวโดยเปรียบเทียบกับการจัดเก็บภาษีในต่างประเทศและควรเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต อีก 1 % แม้ สนช.จะเห็นชอบในหลักการ โดยมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความเหมาะสม เพราะขณะนี้เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หากมีการจัดเก็บเพิ่มจะส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ต่ำ และปัจจุบันมีการใช้ระบบอีเพย์เม้นท์เข้ามาช่วยในการจัดเก็บภาษี ซึ่งหากดำเนินการได้เต็มระบบก็จะทำให้รายได้การจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นถึง 1 แสนล้านบาทอยู่แล้ว โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7 % ต่อไป หลังกำลังจะสิ้นสุดในช่วงเดือนกันยายนปีนี้
ส่วนภาษีลาภลอย ที่จะจัดเก็บจากผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนของรัฐบาลในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงจนทำให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นนั้น คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในปีนี้
ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต อีก 1 % เพราะปัจจุบันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง หากรัฐบาลตัดสินใจไม่ต่ออายุ แวต ที่ 7 % เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวเกิดสภาวะช๊อค จะส่งผลให้ประชาชนมีการกักตุนสินค้าก่อนขึ้นภาษีเหมือนประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งแนวคิดการปรับขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 % ก็ทำให้ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นการซ้ำเติมค่าครองชีพประชาชน จึงอยากให้ สนช. กลับมาพิจารณาทบทวน รายงานใหม่อีกครั้ง โดยหลังแถลงข่าว นายวัชระ ได้ นำหนังสือคัดค้าน ไปยืนที่ห้องของ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับเรื่องแทน เนื่องจากประธาน สนช. ติดภารกิจที่ต่างจังหวัด