พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รีบเดินทางออกจากสถานีตำรวจภูธรบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หลังถึงเวลา 9.30น. ยังไม่มีผู้บริหารและสมาชิกอบต.บ้านใหม่ เดินทางมาพบตามกำหนดนัดหมาย จากนั้นตำรวจในพื้นที่นำรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปยังที่ทำการกำนันตำบลบ้านใหม่ หลังได้รับคำสั่งให้ออกติดตาม จนพบสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลผู้ต้องหาในฐานะผู้อ้างตัวเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนซื้อบริการเด็กอยู่ที่นี่
ทั้งนี้ จึงได้เชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหา โดยระบุว่า นอกจากผู้เสียหายชี้ตัว ยังมีพยานที่เป็นเพื่อนร่วมงานใน อบต.บ้านใหม่อีกอย่างน้อย 3 คน ให้การซัดทอดในลักษณะยอมรับแล้วว่า ผู้ต้องหาคนนี้อ้างตัวเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนจริง หากปฏิเสธอาจจะเจอโทษหนักกว่ารับสารภาพ
ส่วนสมาชิกอบต.บ้านใหม่ที่ตกเป็นผู้ต้องหา รับสารภาพว่า เคยซื้อบริการเด็กในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจริง แต่ปฏิเสธว่า ไม่ได้อ้างตัวเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนตามที่ถูกกล่าวหา กระทั่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลพยานและหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่ ผู้ต้องหาจึงสารภาพว่า อ้างตัว เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพราะเมา เบื้องต้นตำรวจจึงได้บันทึกการสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งข้อหา พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเปิดเผยว่า หลังจากนี้มีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริการส่วนตำบลบ้านใหม่อยู่ในข่ายถูกดำเนินคดีอีกอย่างน้อย 4 คน ทั้งในฐานะผู้ซื้อบริการเด็กและเป็นธุระจัดหา นอกจากนี้ยังได้ประสาน สตง.ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนของอบต.บ้านใหม่ ด้วย
ด้านนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เคลื่อนไหวให้ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเคยออกมากล่าวหาว่า ตำรวจบังคับให้ผู้เสียหายซัดทอดเจ้าหน้าที่อบต.บ้านใหม่ เปิดเผยว่า คำให้การของ สมาชิก อบต. บ้านใหม่ ยังมีข้อขัดแย้ง เรื่องวันเข้าใช้บริการ และ เลขห้องที่เกิดเหตุ ทำให้ส่วนตัวยังมีข้อสงสัย และคงต้องยื่นขอดูรายละเอียดสำนวนตำรวจทั้งหมดหลังจากนี้
ขณะที่นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความฝั่งผู้เสียหายคดีค้าประเวณีเด็กในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดสำนวนของตำรวจ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนตัวเองก็ยังไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องได้ แต่เมื่อผู้ต้องหารับสารภาพ ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นทางคดี แต่ยืนยันถึงข้อมูลที่เคยออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าเป็นความจริงทุกประการ โดยเฉพาะข้อมูลจากผู้เสียหายที่ระบุว่า การสอบปากคำของตำรวจเป็นไปในลักษณหว่านล้อมให้ซัดทอดเจ้าหน้าที่อบต.บ้านใหม่ แต่ข้อมูลส่วนนี้ เป็นผู้เสียหายที่อยู่ในการคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่วนคำให้การของผู้เสียหายที่ซัดทอดเจ้าหน้าที่อบต.บ้านใหม่ จนเป็นที่มาให้ตำรวจบุกจับวันนี้ เป็นเด็กที่ตำรวจไปสอบปากคำเพิ่มเติมในจังหวัดแม่ฮ่องสอน