วันนี้ (22 พ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมแพทย์ทหารบก ยืนยันว่า ผู้บาดเจ็บมี 21 คน และระเบิดที่ใช้เป็นแรงดันต่ำ ซึ่งสวนทางกับผู้บัญชาการทหารบก ที่เชื่อว่า คนร้ายหวังเอาชีวิตประชาชน โดยข้อมูลจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดและกองพิสูจน์หลักฐาน บอกตรงกันว่า ระเบิดที่ใช้ มีตะปูยาวเป็นสะเก็ดระเบิด ใส่ในแจกัน และวางข้างกระจก ทำให้กลายเป็นสะเก็ดระเบิดไปด้วย
ล่าสุด ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออกเด็ดขาด ยกเว้นประตูข้างที่ยังเปิดให้ประชาชนที่มารักษาตัวเข้าไปได้ ซึ่งด้านในเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่บางส่วนเอาไว้ โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้า ประมาณ 10.00 น. ข้อมูลแรกที่ได้รับจากกู้ภัยและโรงพยาบาล คือ มีความเข้าใจว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดจากอุปกรณ์ในโรงพยาบาลระเบิด หรือท่อส่งก๊าซออกซิเจนระเบิด
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร หน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงเจ้าหน้าที่อีโอดี เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ออกมาแถลงยืนยันว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นเหตุลอบวางระเบิด
สถานการณ์เริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่อีโอดี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานหลายอย่าง เช่น แผงวงจร เศษถ่าน และชิ้นส่วนตะปูที่เป็นสะเก็ดระเบิด จึงพอสรุปได้เบื้องต้นว่าเป็นระเบิดไปป์บอมม์ จุดชนวนระเบิดด้วยการตั้งเวลาบรรจุในแจกัน วางไว้บริเวณหน้าประตูกระจกในห้องที่ชื่อว่า วงษ์สุวรรณ ซึ่งบริเวณนั้น เป็นห้องรอรับยาของนายทหารชั้นสัญญาบัตร
เจ้ากรมแพทย์ทหารบก ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นเพียงระเบิดแรงดันต่ำ ไม่ทำให้มีผู้เสียชีวิต
สำหรับจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดครั้งนี้ เจ้ากรมแพทย์ทหารบกเผยว่ามีทั้งหมด 21 ราย ซึ่ง 8 รายต้องรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าอาการ และมีเพียง 1 รายเท่านั้นที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัว ทั้งที่อยู่ในจุดเกิดเหตุและบริเวณโดยรอบอาคาร หรือทางเข้าออก เพื่อสืบหาตัวคนร้ายต่อไป