ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากในช่วง 2-3 วันที่มาเกิดเหตุพายุฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำป่าทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ส่งผลกระทบเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างทั้งพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชน ตลอดจนถนนและสะพานหลายสายขาด ทำให้ประชาชนในพื้นท่ได้รับความเดือดร้อน หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายลง องค์การบริการส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและเริ่งดำเนินการซ่อมแซมทนที ส่วทางด้านบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายขณะนี้ ทาง อบจ.ได้ดำเนินการสำรวจ พร้อมกับจะจัดสรรงบประมาณมาเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชน
ขณะที่จังหวัดพิจิตร สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม ทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างออกไป หลังจากในพื้นที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน หลายวัน ประกอบกับแม่น้ำยมมีมวลน้ำก้อนใหญ่จากจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก ไหลหลากลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน กว่า 200 หลังคาเรือน ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 ได้นำเครื่องสูบ มาติดตั้ง เพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่นาข้าว ให้ไหลระบายออกลงสู่แม่น้ำยมโดยเร็ว
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ที่จังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ เข้าพื้นที่ ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า เพื่อสำรวจความเสียหายจากปัญหาคลื่นลมแรงสูงกว่า 2 เมตร พัดเข้าหาฝั่งทำให้น้ำทะเลไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 12 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนหนัก ส่วนถนนเข้าหมู่บ้าน 2 เส้นถูกน้ำทะเลพัดท่วมจนทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ โดยขณะนี้ทางจังหวัดพังงา ได้เร่งนำเครื่องจักรกลหนัก รถแบ็คโฮลงพื้นที่ทำแนวกันคลื่นจากถุงบิ๊กแบ็คเพื่อเป็นการชะลอความแรงของคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งบรรเทาความเดือดร้อน และในเบื้องต้นทางอำเภอตะกั่วป่าได้เสนอไปยังจังหวัดเพื่อพิจารณาประกาศให้พื้นที่บ้านปากเกาะ หมู่ 3 เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อไป
นอกจากนั้นแล้ว สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท ออกประกาศแจ้งเตือนไปยัง 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยให้แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ