สถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เผยผลสำรวจดัชนีสันติภาพโลกประจำปี 2017 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันแล้ว โดยไอซ์แลนด์ ยังคงครองตำแหน่งประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลก (ตั้งแต่ปี 2008) ตามมาด้วย นิวซีแลนด์ โปรตุเกส ออสเตรีย และเดนมาร์ก
ส่วนประเทศที่สงบสุขน้อยที่สุด คือ ซีเรีย ซึ่งอยู่ในอันดับสุดท้าย 5 ปีติดต่อกัน ตามมาด้วยอัฟกานิสถาน อิรัก ซูดานใต้ และเยเมน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีในปีนี้พบว่าทั่วโลกมีความสงบสุขเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ 0.28% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงครามซีเรีย โดยปัจจัยที่ทำให้โลกสงบสุขเพิ่มขึ้นคือ การทรมานและการสังหารด้วยวิธีนอกกฎหมายที่รัฐมีส่วนรู้เห็น และสถิติคดีฆาตรกรรมที่ลดลง รวมถึงผลสืบเนื่องจากการที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน
แต่แนวโน้มนี้ใช้ไม่ได้กับสหรัฐอเมริกาที่อันดับตกลง 11 อันดับ เนื่องจากสถิติอาชญากรรมและคดีฆาตรกรรมที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ทวีปยุโรปแม้ว่าจะมีเหตุก่อการร้ายถี่ขึ้น โดยมีประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายเพิ่มเป็น 23 ประเทศ และ 2 ใน 3 ของประเทศในยุโรปก็มีคดีก่อการร้ายมากขึ้นเมื่อเทียบกับสิบปีที่แล้ว ยุโรปก็ยังคงเป็นภูมิภาคที่สงบสุขที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ
ส่วนประเทศไทย ขยับขึ้นจากอันดับที่ 125 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับที่ 120 แต่หากเทียบในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยกัน ไทยยังคงอยู่อันดับที่ 17 จาก 19 ประเทศ โดยสงบสุขกว่าแค่ฟิลิปปินส์และเกาหลีเหนือเท่านั้น
ทั้งนี้ ทีมวิจัยซึ่งจัดทำดัชนีสันติภาพโลกระบุว่า ความเสียหายจากความขัดแย้งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการสร้างสันติภาพมากขึ้น