ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (2 มิ.ย.60) ที่ ศูนย์นิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ นครศรีธรรมราช พร้อมพ่อและลุงของสามเณรปลื้ม ได้เดินทางนำศพสามเณรปลื้ม ส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการตายโดยจะทำการผ่าชันสูตรในวันพรุ่งนี้
นายชวน เอกเกียรติกุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196/2 หมู่ที่ 3 ต.ควนชะริก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพ่อของสามเณรปลื้มผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และจะติดต่อกับเณรตลอด และเณรเล่าว่ามีปัญหากับพระรูปหนึ่งที่บวชอยู่ที่วัดแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้โทรไปหาเณร แต่เป็นเสียงผู้อื่นมารับและได้บอกว่า เณรปลื้มออกไปทำธุระข้างนอก และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับลูกได้อีกเลยจนมาทราบเรื่องเมื่อวานว่าเณรถูกฆ่าเสียชีวิตจึงได้รีบเดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ ตอนนี้เมื่อเห็นสภาพของลูกยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายทั้งหมดที่ร่วมก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็วเนื่อจากสามเณรปลื้มเป็นลูกชายคนเดียว
นายมีชัย เอกเกียรติกุล อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196/1 หมู่ที่ 3 ต.ควนชะริก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ลุงแท้ๆ ของสามเณรปลื้ม เปิดเผยว่า ตนเองไม่ปักใจเชื่อที่สามเณปลื้มจะเป็นคนลักขโมย แต่จะเป็นคนที่พูดจาโผงผาง และตรงไปตรงมา และเชื่อว่าหลานคงจะไปรับรู้เรื่องอะไรบางอย่างภายในวัด หรือมีเรื่องขัดผลประโยชน์ กันจนเป็นเหตุให้สร้างความไม่พอใจกับและลงมือก่อเหตุดังกล่าว
ทั้งนี้ญาติของสามเณรปลื้ม ได้เดินทางกลับไปยังนครศรีธรรมราชเมื่อเวลา 16.16 น. และจะเดินทางมารับศพและผลชันสูตร