ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสำแดงราคาเท็จเพื่อเลี่ยงภาษี และปลอมใบอินวอย ของบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์เป็นปัญหาสำคัญ ที่นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ออกมาชี้แจงถึงการตรวจสอบรถนำเข้า ว่าที่ผ่านมา กรมศุลกากร ไม่มีข้อมูลราคากลางในการซื้อขายรถยนต์หรู ที่อ้างอิงได้ ทำให้การตรวจสอบและประเมินราคากลาง ของรถที่นำเข้ามามีข้อบกพร่อง และ เตรียมรื้อระบบการประเมินราคากลางในการตรวจนำเข้ารถยนต์หรูผ่านด่านศุลกากรใหม่ทั้งหมด
โดยจะประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่มีสนธิสัญญาข้อตกลงร่วมกันทางคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรม เพื่อประสานขอข้อมูลราคารถที่แท้จริง จากต่างประเทศ และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ที่มีประวัตินำเข้าเลี่ยงภาษีก่อนหน้านี้
ส่วนประเด็นการแถลงข่าว ของ นายอินทรศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ บอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัท เอสทีทีออโต้คาร์ ที่ถูกดีเอสไออายัดรถหรู จำนวน 34 คัน มีทั้งรถที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ และรถหรูที่พบว่าสำแดงราคาเท็จ โดยอ้างเสียภาษีถูกต้องตามขั้นตอน และการตรวจสอบราคากลางเป็นหน้าที่ของศุลกากร รับผิดชอบโดยตรง
อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศุลกากรมีเพียงราคาอ้างอิงประมาณความเสี่ยงเท่านั้น แต่ไม่รู้ราคาการซื้อขายที่แท้จริงของผู้ซื้อ และผู้นำเข้า หลังจากนี้จะดำเนินการ ตรวจสอบผู้ประกอบการแต่ละบริษัทอย่างเข้มงวด โดยจะคัดแยกผู้ประกอบการกลุ่มที่ดีและกลุ่มที่มีความเสี่ยง พร้อมตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ว่ามีใครเข้าไปมีส่วนร่วมในการสำแดงราคาเท็จกับผู้นำเข้าด้วยหรือไม่