วันนี้ (6 มิ.ย.60) นายวีรชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังนำตัว นางสาวปรียานุช หรือเปรี้ยว นางสาวกวิตา หรือเอิร์น และ นางสาวอภิวันทน์ หรือแจ้ มาฝากขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น ได้ทำตาม ขั้นตอนปกติรับผู้ต้องขังใหม่ รวมทั้งตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นในตัวเปรี้ยวกับเอิร์น ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ ส่วนของแจ้พบมีสารเสพติด โดยทั้ง 3 คน ถูกจับแยกขัง และมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด จนต้องจัดคนตามประกบ
ส่วนความคืบหน้าคดี ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ตามคำให้การของเปรี้ยว ที่ระบุว่า นำเลื่อยที่ใช้ก่อเหตุหั่นศพน้องแอ๋มไปทิ้งไว้ในหนองน้ำบ้านหนองหานจาง ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อค้นหาเลื่อย พบเลื่อยสภาพที่ยังมีพลาสติกหุ้ม คันเลื่อยสีส้ม ใบเลื่อยเริ่มเป็นสนิม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีเตรียมส่งให้อัยการจังหวัดต่อไป
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบชื่อตำรวจ ทหาร ข้าราชการ 99 รายในบันทึกการจับกุมเปรี้ยวและพวก ว่า ทั้งหมดเป็นผู้เข้าร่วมจับกุมจริงหรือไม่ และมีความสมเหตุสมผล หรือเป็นไปเพื่อหวังประโยชน์อื่นใด เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้คดีเสียหาย เนื่องจากเมื่อคดีถึงชั้นการพิจารณาของศาล อาจออกหมายเรียกผู้ร่วมจับกุมทั้งหมดไปเป็นพยาน หากผู้มีชื่อร่วมจับกุมทั้ง 99 คน ให้ถ้อยคำไม่ตรงกันหรือขัดแย้งกันจนทำให้เสียรูปคดี นายศรีสุวรรณ ยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณการขนส่งผู้ต้องหาครั้งนี้ว่า ไม่จำเป็นที่ต้องนำผู้ต้องหาบินมากรุงเทพฯเพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าว ก่อนนำตัวไปขอนแก่นอีก เพราะต้องเสียงบประมาณเที่ยวบินละกว่า 150,000 บาท รวมไปกลับ เชียงราย-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-ขอนแก่น กว่า 600,000 บาท
ส่วนที่มีภาพเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ กรณีตำรวจถ่ายรูปคู่กับเปรี้ยวผู้ต้องหา ในลักษณะยิ้มแย้ม รื่นเริง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ว่าไม่เหมาะสม พลบัณฑิต ตุงคะเศรณี ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 มีคำสั่งให้ พันตำรวจโทฤทธิไกร กะระกล รองผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เชียงราย และ ร้อยตำรวจเอกธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รองสารวัตร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เชียงราย ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฎในภาพ ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 ไม่กำหนดเวลา