พลตำรวจตรี ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เปิดเผยว่า สคบ.เตรียมหาทางควบคุม และตรวจสอบการประกอบธุรกิจสถานบริการออกกำลังกาย หรือฟิตเนส เซ็นเตอร์ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคที่สมัครเข้าไปใช้ได้รับความเดือดร้อน หลังจากเกิดกรณีผู้ประกอบธุรกิจฟิตเนสบางรายประกาศปิดกิจการ โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าได้รับทราบ รวมไปถึงกรณีของผู้ประกอบธุรกิจทำผิดสัญญาด้านต่างๆ
ขณะเดียวกันสคบ.ยังขอความร่วมมือผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกกับธุรกิจนี้ หากพบข้อสงสัยที่อาจเป็นไปได้ว่า ผู้ประกอบโรกิจทำผิดสัญญา ก็สามารถเข้ามาแจ้งข้อมูล หรือร้องเรียนกับสคบ.ได้
ทั้งนี้ในการควบคุมธุรกิจดังกล่าว ที่ผ่านมา สคบ.เคยออกประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการออกกำลังกายเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่1 ส.ค.54
ขณะที่เว็บไซต์สเตรตส์ไทมส์ ระบุว่า ทรูกรุ๊ป บริษัทแม่ของทรู ฟิตเนส ในสิงคโปร์ ส่งหนังสือชี้แจงมาว่า สำหรับประเทศไทย เรามีหุ้นส่วนในจำนวนที่น้อย แม้ทรูกรุ๊ปจะพยายามอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่ท้าทายยิ่งขึ้น
ทั้งนี้มีหลายบริษัทให้ความสนใจที่จะเข้ามาซื้อกิจการในประเทศไทย แต่เจ้าของในไทยไม่ยินยอมที่จะมีผู้ให้บริการรายอื่น การตัดสินใจของเจ้าหนี้เพื่อปิดกิจการของเรา ทำให้เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปิดกิจการ จนกว่าเราจะหาผู้ประกอบการที่เหมาะสมเข้ามาดำเนินกิจการได้ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมองหาผู้ประกอบการออกกำลังกายและสุขภาพที่เหมาะสม ที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย