ลักษณะของบ้านพักหรู 2 หลัง ตั้งอยู่บนสันเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา และพบความผิดปกติหลายประการ ทั้งข้อสงสัยว่า นส.3 ที่เป็นเอกสารสิทธิ์ยืนยันการครอบครองออกมาได้อย่างไรบนพื้นที่ภูเขา คนครอบครองมีส่วนรู้เห็นในการออกเอกสารสิทธิ์หรือไม่ และเข้าข่ายฟอกเงินจากทรัพยากรธรรมชาติด้วยหรือไม่
ล่าสุด พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นชัดเจนว่าแล้ว บ้านพักทั้ง 2 หลัง เข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และขัดต่อกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ห้ามออกเอกสารสิทธิ์ในที่เขาหรือภูเขาและในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ โดยพบว่า บุคคลที่ปรากฎชื่อครอบครอง คือ นายบุญชัย เบจรงคกุล หรือ เจ้าสัวบุญชัย เจ้าของธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม และ นายรัตน์ โอสสถานุเคราะห์ ทายาทตระกูลธุรกิจโอสถสภา โดยตามข้อมูลทั้ง 2 คน ครอบครองมานานกว่า 10 ปี แต่ผู้ครอบครองจะรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบและเข้าข่ายความผิดฟอกเงินจากทรัพยากรธรรมชาติหรือไม่ ต้องรอความชัดเจนจากการตรวจสอบหลังจากนี้อีกครั้ง เพราะอาจจะซื้อเอกสารสิทธิ์ต่อมาอีกทอดหนึ่ง โดยสัปดาห์จะเสนอให้ดีเอสไอรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ และจะเรียกมีที่ปรากฎชื่อเกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูล
ส่วนกระแสข่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษเดินทางไปตรวจสอบบ้านพักหรูทั้ง 2 หลัง เพราะได้เบาะแสเป็นแหล่งกบดานของพระธัมมชโย พ.ต.ท. ประวุธ ให้ข้อมูลว่า การลงพื้นที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความตั้งใจตรวจสอบความผิดฐานรุกพื้นที่ป่าสงวนฯเป็นหลัก แต่ยอมรับว่า มีเบาะแสคนเคยพบเห็นบุคคลคล้ายพระธัมมชโยปรากฎตัวบริเวณนั้น ขณะที่การรื้อถอนบ้านพักทั้ง 2 หลัง ตามกระบวนการต้องเกิดขึ้นหลังเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เรียบร้อย