ขณะที่ กองปราบปราม ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกรอบ โดยยังไม่สามารถระบุสาเหตของเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้
ตำรวจกลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณชั้น 10 อาคารโซนเอ ที่ทำการธนาคารไทยพานิชย์ สำนักงานใหญ่ เพื่อหาวัตถุพยานหลักฐานฐานเพิ่มเติม เป็นครั้งที่สอง หลังจากเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด และ พบจุดต้นเพลิงแล้ว อยู่บริเวณกลางห้องซึ่งเป็นล๊อคที่ใช้จัดเก็บเอกสารของทางธนาคาร ก่อนเพลิงไหม้จะลุกลามไปอย่างรวดเร็ว
ในการเข้าตรวจสอบในวันนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นตรวจสอบทางเทคนิค เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียด โดยเฉพาะในประเด็นระบบไฟฟ้าของตัวอาคาร การเดินสายไฟ ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้
พลตำรวจตรีก่อเกียรติ วงษ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวว่า คดีนี้ ตำรวจได้เรียกสอบปากคำพยาน ทั้งพนักงานฉีดพ่นยุงในวันเกิดเหตุ พนักงานธนาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ไปแล้วรวม 45 ปาก
เบื้องต้นตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน คาดว่า อาจต้องใช้เวลา ในการวิเคราะห์ และสรุปผล ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ ก่อนส่งให้กับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ประกอบสำนวนคดี
ขณะเดียวกันในวันนี้ ธนาคารไทยพานิชย์ ได้ให้พนักงานทำความสะอาด กว่า 30 คน ขึ้นไปทำความสะอาด ในจุดเกิดเหตุ หลังจากตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจเพื่อพิสูจน์ทราบแล้วเสร็จ ก่อนดำเนินการซ่อมแซม
ขณะที่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ หรือ วสท. แปลกใจที่เกิดเหตุไฟไหม้ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ครั้งนี้ เพราะอาคารดังกล่าวเป็นอาคารที่ทันสมัย และถือว่าเป็นอาคารที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง อีกทั้งเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญในเรื่องการเงินต่างๆ ควรจะมีความปลอดภัยที่มากกว่านี้ เชื่อว่า ตัวอาคารถูกเพลิงไหม้มานานกว่า 6-7 ชั่วโมง อาจจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างพอสมควร เบื้องต้นแนะนำให้ปิดอาคารบริเวณที่ไฟไหม้ชั่วคราวไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบโครงสร้างอาคารให้แน่ใจอีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง ส่วนชั้นที่ 10 ที่เป็นต้นเพลิงทำให้ชั้นใกล้เคียง เช่น ชั้น 9 และ ชั้น 11 ควรจะต้องงดการใช้
ด้าน พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ แต่ธนาคารยืนยันว่าชั้น 10 ที่เกิดเหตุไฟไหม้นั้น เป็นพื้นที่เก็บเอกสารเก่า และเกี่ยวกับการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไม่เกี่ยวกับเอกสารในคดียักยอกเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล.แต่อย่างใด
สอดคล้องกับ พันตำรวจเอกอัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม ยืนยันว่าไม่กระทบต่อคดีลักเงิน สจล.แน่นอน เนื่องจากเอกสารสำคัญที่พนักงานสอบสวนต้องการนั้น ได้รับครบถ้วนจากเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ไปก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว และไม่อยากให้ซ้ำเติมหรือโจมตีทางธนาคาร เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายมากพอแล้ว น่าจะเห็นใจธนาคารมากกว่า