นาง สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ประสานไปยังกระทรวงพลังงานเพื่อหารือถึงแนวทางการชะลอการปรับขึ้นราคาค่าก๊าซเอ็นจีวีในครั้งต่อไป เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหรือระร่วมบริการ ขสมก. ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV และคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะต้องได้ข้อสรุปชัดเจนภายในเดือนนี้
ขณะที่ นายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ศึกษาต้นทุนผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก. เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารระยะที่ 2 หลังจากที่มีการอนุมัติปรับขึ้นค่าโดยสารระยะที่ 1 ให้แก่รถร่วมบริการ ขสมก. ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ เพิ่มขึ้นอีก 1 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้
ส่วนการปรับค่าโดยสารในระยะที่ 2 จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เบื้องต้นมีการศึกษาไว้ว่าราคาที่เหมาะสมอาจจะอยู่ที่ 1 บาท เมื่อรวมกับระยะแรกจะอยู่ที่ 2 บาท แต่คงจะไม่ถึง 3 บาท ตามที่ผู้ประกอบการรถร่วมบริการต้องการ ซึ่งจะต้องมีการศึกษาต้นทุนเสียก่อน เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการให้บริการรถร่วมจะอยู่ได้ หากค่าโดยสารรถร้อนอยู่ที่ราคา 10 บาท ต่อคน
ขณะที่ นางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. ยืนยันว่า รถธรรมดา (รถเมล์แดง) ยังราคา 6.50 บาท เท่านั้น เช่นเดียวกับ รถปรับอากาศ ยังเริ่มต้นที่ 12 บาท ซึ่งหากจะมีการปรับค่าโดยสาร ต้องรอนโยบายจากกระทรวงคมนาคมเสียก่อน