หลังจากที่คสช.บังคับใช้มาตรา 44 เร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ทำให้สภาวิชาชีพวิศวกร และสถาปนิก มองว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับจีน และแสดงความเป็นห่วงหากไม่มีการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้กับบุคลากรไทย
โดยนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. เปิดเผยภายหลังการหารือวันนี้ ระบุว่า ได้รับการยืนยันจากรองนายกรัฐมนตรีว่าจะรับข้อเสนอที่ วสท.เรียกร้อง คือ ให้จีนถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงให้กับบุคลากรไทย รวมถึงให้บุคลากรของไทยเข้าไปมีส่ววร่วมในการก่อสร้าง โดยจะมีการนำเรียนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้
แม้ว่าในส่วนของคำสั่งมาตรา 44 ที่บังคับใช้จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การถ่ายโอนเทคโนโลยีจะถูกบรรจุในขั้นตอนของการจัดทำร่างทีโออาร์ ซึ่งจะหารือเพื่อระดมความคิดเห็นจาก 3 ส่วน ทั้งภาครัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ ภาคการศึกษา สมาคมวิชาชีพและผู้ปฏิบัติ เช่น สมาคมก่อสร้าง
ขณะที่นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ตั้งข้อสังเกตผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า การใช้มาตรา 44 มีการยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล ที่ใช้ตรวจสอบพฤติกรรมและเจตนาที่ทุจริตในการจัดซื้อฯ ขณะที่โครงการควรยอมรับกลไกการตรวจสอบตามกฎหมายทุกประการเพื่อความโปร่งใสและให้จัดซื้อโดยการประมูลแบบ International Bidding เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรี รวมถึงประกาศแผนแม่บทของโครงการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศให้ประชาชนทราบ