ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าพบครั้งนี้ เครือข่ายรักหลักประกันสุขภาพ ขอพูดคุยส่วนตัวกับ นายแพทย์ พลเดช ปิ่นประทีป ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นการส่วนตัว โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง ก่อนจะแถลงข่าว ถึงข้อเสนอต่อการจัดเวทีในวันพรุ่งนี้ 3 ข้อ คือ ต้องไม่มีตำรวจ หรือ ทหาร ในพื้นที่จัดงาน ไม่เช่นนั้นทางเครือข่ายจะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม เพราะกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวาย เช่นเดียวกับเวทีประชาพิจารณ์กรุงเทพ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังยื่นเงื่อนไขให้ รับฟังทุกประเด็น โดยไม่นำเวลามาเป็นข้อจำกัดในการแสดงความคิดเห็น และหากมีประเด็นเห็นต่าง ขอให้จัดทำประชาพิจารณ์เต็มรูปแบบ ตามแนวทางสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เพื่อพิจารณาประเด็นปัญหาอย่างถี่ถ้วน ที่ผ่านมาเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพ แสดงเจตนารมณ์ ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไข พ.ร.บ.บัตรทองในหลายประเด็น
โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วนคณะกรรมการบอร์ดบริหาร สปสช. ที่จะเพิ่มสัดส่วนตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข เพราะมองว่า อาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขอยู่ในฐานะผู้ขายบริการ จึงไม่ควรมีตัวแทนมาอยู่ในสปสช.ที่มีสถานะเป็นผู้ซื้อบริการมากเกินไป หรือประเด็นกำหนดให้ประชาชนบางส่วนร่วมจ่ายค่าบริการ
นพ.พลเดช กล่าวว่า หากต้องทำเวทีประชาพิจารณ์ในประเด็นเห็นต่างแบบเต็มรูปแบบ อาจต้องใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี นั้นอาจไม่ทันต่อกำหนดการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.บัตรทองที่ขัดเส้นไว้ต้องเสร็จภายในปีนี้ แต่เวทีสมัชชาปบบเต็มรูปแบบที่เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพเสนอ จะเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือ นายกรัฐมนตรี หากไม่เห็นด้วยเดินหน้ากรอบเวลาเดิม โดยวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นายแพทย์ พลเดช ยืนยัน จะรวบรวมความคิดเห็นจากเวทีประชาพิจารณ์ทั้งหมด ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ตามกำหนดเดิม