ช่วงเวลาเช้ามืดที่กองขยะแห่งหนึ่งในสลัมกลางกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ สองสามีภรรยากำลังคัดแยกขยะกันอย่างคล่องแคล่ว นี่ไม่ใช่การแยกเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการกำจัด แต่เป็นการค้นหาสิ่งของที่จะสามารถนำไปขายต่อได้ นั่นก็คือกระดูกไก่ที่ยังมีเศษเนื้อติดอยู่
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการคัดแยก กระดูกไก่ติดเนื้อเหล่านี้จะถูกส่งไปขายให้แม่ค้าตามร้านอาหารในชุมชนแออัด ร้านอาหารจะนำกระดูกไก่ไปปรุงเป็นอาหารเมนูต่าง ๆ โดยเฉพาะ Adobo และ kaldereta ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองยอดนิยมของคนฟิลิปปินส์ อาหารที่ทำขึ้นจากเศษอาหารเหลือทิ้งจากกองขยะพวกนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Pagpag ซึ่งเป็นภาษาตากาล๊อก แปลว่า ปัดฝุ่นหรือดินออกไป เลียนเสียงจากกิริยาการเก็บอาหารจากพื้นขึ้นมาทำความสะอาด ราคาของ Pagpag อยู่ที่ 10 เปโซหรือราวๆ 8 บาทต่อหนึ่งจาน ลูกค้าส่วนใหญ่คือคนที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนแออัดนี้เอง
แม้ว่าฟิลิปปินส์มีอัตราการเจริญเติบโตแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่ประเทศอาเซียน แต่ 1 ใน 10 ครอบครัวชาวฟิลิปปินส์นั้นอยู่ในภาวะยากจน มีรายได้เฉลี่ยวันละไม่ถึง 50 บาท เด็กๆ ประมาณ 1.5 ล้านคนได้กินอาหารเพียงแค่วันละ 1 มื้อ ในบางครอบครัว ทารกได้รับเพียงนมผงราคาถูกและเมื่อโตขึ้นอาหารที่ได้รับก็เป็นอาหารที่แทบจะไร้โปรตีน
องค์กรที่ทำงานด้านเด็กอย่าง Save the Children ระบุว่าเด็กในกลุ่มนี้จำนวนมากอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งหมายถึงสภาวะที่ทารกหรือเด็กได้รับสารอาหารไม่ถูกต้องทั้งปริมาณ ชนิดและคุณภาพ นอกจากนี้ยังพบค่าเฉลี่ยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ร่างกายแคระแกร็นมากราว 1 ใน 3 คน สูงกว่าชาติที่ขาดแคลนอาหารรุนแรงอย่างเอธิโอเปียหรือสาธารณรัฐคองโกในทวีปแอฟริกา เดิมเชื่อกันว่า ปัญหาเด็กร่างกายแคระแกร็นในฟิลิปปินส์ คือผลจากพันธุกรรมหรือชาติพันธุ์บรรพบุรุษรูปร่างเล็ก แต่ผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์พบว่าไม่ใช่ความจริงคือ เด็กขาดภาวะโภชนาการที่ดี