หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายแห่ง พร้อมใจกันลดดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีในอัตรา 0.15% - 0.50% เพื่อตอบสนองแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเอื้อประโยชน์ต่อทั้งทางฝั่งรายย่อยและทางผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของธุรกิจ รวมถึงต้องการกระตุ้นเอสเอ็มอีไทยให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เอสเอ็มอีหลายธุรกิจที่มีศักยภาพ ก็พลาดโอกาส บางรายถึงขั้นปิดตัวลงไป เนื่องจากเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้ยาก
ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มองว่า การที่ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเรื่องที่ดี ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีต้นทุนที่ต่ำ นำมาสู่ต้นทุนสินค้าที่ลดลง ส่งผลให้ขายสินค้าได้มากขึ้น แต่ทางธนาคารอาจจะพิจารณาอนุมัติการปล่อยกู้ที่เข้มงวดมากขึ้นด้วย
ขณะที่ทางผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายราย ยังต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการเพิ่มช่องทางทางการตลาด และจัดกิจกรรมพบผู้ค้ามากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการใหม่ๆ ยังขาดประสบการณ์ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดังนั้นเชื่อว่าหากภาครัฐสนับสนุนเพิ่มเติมจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความเข็มแข็งในการทำธุรกิจมากขึ้นด้วย
ถึงแม้หลายหน่วยงานจะพยายามหาแนวทางในการช่วยเหลือ แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็ต้องปรับตัว เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของโลกด้วย
ปรเมศวร์ ดวงสุดา ถ่ายภาพ
ทองเนื้อเก้า คำพิมพ์ รายงาน